กองทุนภาคประชาสังคม

นานาทรรศนะ : จากเวทีเสวนากองทุนภาคประชาสังคม ครั้งที่ 5

นานาทรรศนะ : จากเวทีเสวนากองทุนภาคประชาสังคม  ครั้งที่ 5

กองทุนภาคประชาสังคม : เพิ่มพลังพลเมือง สู่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์

วันอังคารที่ 20 พฤษภาคม 2557  ณ  โรงแรมเอเชีย กรุงเทพฯ

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

นายแพทย์บรรลุ  ศิริพานิช  ประธานมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย

(กล่าวสัมโมทนียกถา  “กองทุนภาคประชาสังคม : เพิ่มพลังพลเมือง สู่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์”)

            เรื่องผู้สูงอายุเป็นปัญหาทั้งโลก ผมเห็นแล้วว่าคนกลุ่มนี้จะมีปัญหาแน่ๆ จึงต้องทำเรื่องนี้ รวมตัวกันเป็นสภาผู้สูงอายุ  ผมเป็นประธาน 10 ปี  เป็นภาคประชาสังคมที่ทำงานโดยไม่เคยได้รับงบประมาณแผ่นดินเลย  และไม่ต้องการได้รับด้วย

ผมเป็นภาคประชาสังคมที่ไม่ได้เงินเดือน  เป็นข้าราชการได้เงินเดือน  มีงบประมาณให้ทำ แต่ภาคประชาสังคมต้องหาเอง  อยู่เฉยไม่ได้เลยต้องทำ  แต่ข้าราชการไม่มีเงินก็ไม่ต้องทำ  นี้คือความแตกต่างของข้าราชการกับภาคประชาสังคม  ดังนั้นเราจำเป็นต้องมีกองทุนภาคประชาสังคม

สักวันหนึ่งแสงทองจะส่องฟ้าอำไพ

ความเข้าใจเรื่องกองทุนจะแจ่มจำรัส

ทุกภาคส่วนสังคมไทยจะแจ่มชัด

ขอเครือข่ายจงผูกมัดไมตรีไว้รอเวลา  

 

ศ.ดร. สมชัย ฤชุพันธุ์  ประธานมูลนิธิสถาบันพัฒนาสยาม

(ปาฐกถาเรื่อง “การคลังเพื่อสังคม เพิ่มพลังพลเมือง”)

“เราต้องเข้าใจให้ชัดเจนว่า การลดความเหลื่อมล้ำ กับการบรรเทาความเดือดร้อนอันเกิดจากความเหลื่อมล้ำ เป็นคนละเรื่องกัน  นอกจากนั้นการสร้างระบบเศรษฐกิจที่ทำให้ผู้คนมีฐานะที่ไม่เหลื่อมล้ำกันมาก  ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ความจริงเราจะต้องทำทั้งสามเรื่อง  แต่ส่วนมากเรามุ่งทำแต่เรื่องการบรรเทาความเดือนร้อนอันเกิดจากความเหลื่อมล้ำ  ไม่ได้ลดความเหลื่อมล้ำ จะลดความเหลื่อมล้ำได้ต้องใช้เครื่องมือทางภาษี  ซึ่งเรายังไม่ได้ทำ” 

 

“การจัดระบบเศรษฐกิจและสังคมที่ไม่ก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำ  ต้องใช้มาตรการทางเศรษฐกิจทางสังคมหลายอย่าง  เช่น มีบางคนคิดถึงขนาดที่ว่าต้องห้ามคนถือครองที่ดินเกินสองร้อยไร่หรืออะไรทำนองนี้  ถ้ามีความจำเป็นเพื่อทำธุรกิจขนาดใหญ่ก็ต้องดำเนินการในรูปบริษัท  แล้วจัดการบริษัทให้เห็นชัดว่ามีการกระจายผลผลิตไปสู่ประชาชนทั่วไป  หรือว่าเป็นการไปเสริมสร้างขีดความสามารถในการหารายได้ของคนที่ด้อยโอกาส คนที่ยากจน  ซึ่งเรียกว่าการพัฒนาผลิตภาพ ก็คือทำให้คนยากจนไม่จน  อย่างนี้ก็จะไม่เกิดความเหลื่อมล้ำ  การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจต้องมุ่งแก้ไปอย่างนั้น  มากกว่าที่จะปล่อยให้เกิดความเหลื่อมล้ำมากๆ แล้วไปมุ่งบรรเทาทุกข์ในเวลาที่ประชาชนเกิดความเดือดร้อนแล้ว”

 

“การที่เราจะส่งเสริมให้มีกองทุนภาคประชาสังคมได้นั้น ต้องตอบคำถาม 4 ประการให้ได้

       1.มีความจำเป็นอย่างไรที่ต้องมีภาคประชาสังคม

จริงๆแล้วรัฐในปัจจุบันเข้มแข็งเกรียงไกร  มีประสิทธิภาพสูง  แต่ว่ารัฐกระด้างตัวและไม่ยืดหยุ่น  อีกทั้งไม่เพียงพอที่จะทำหน้าที่หลายๆอย่างได้  จึงต้องมีภาคประชาสังคม

       2.จำเป็นหรือไม่ที่ต้องมีกองทุนภาคประชาสังคม 

เพราะว่าการเคลื่อนไหวของภาคประชาสังคม  ต้องการการจัดการ ต้องการทรัพยากร ต้องการกำลังคน ต้องการหลักคิด วิธีคิด ซึ่งไปสนับสนุนการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนต่างๆ แต่เรายังไม่มี

รวมทั้งกองทุนต้องทำหน้าที่ส่งเสริมภาคประชาสังคมเพื่อส่งเสริมประชาธิปไตย เพื่อให้ประชาธิปไตยของไทยเป็นประชาธิปไตยแบบประชาชนมีส่วนร่วม และตรวจสอบรัฐบาลได้

       3.ภาคประชาสังคมของไทยยังต้องการยกระดับ ยังมีความจำเป็นที่จะต้องส่งเสริมและพัฒนาหรือไม่

ภาคประชาสังคมของไทยก้าวหน้ามาก  มีวัฒนธรรมอะไรหลายๆอย่างที่ที่อื่นไม่เคยทำ แต่ว่ายังมีความจำเป็นที่ต้องพัฒนาและส่งเสริมให้ดีขึ้น  เพราะฉะนั้นเมื่อมันไม่ได้เกิดขึ้นเองเพราะพลังทางเศรษฐกิจและสังคม จึงจำเป็นต้องมีกองทุนภาคประชาสังคมช่วยสร้างให้เกิดขึ้นมา

       4.กองทุนภาคประชาสังคมควรมีลักษณะอย่างไร  

ต้องไม่เป็นกองทุนของรัฐบาล หรือไม่อยู่ในอาณัติหรือกำกับของรัฐบาล แต่รัฐบาลอาจช่วยหนุนเงินหรือช่วยก่อตั้งได้  ต้องไม่เป็นกองทุนที่อยู่ภายใต้อาณัติของพรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมือง หรือนักการเมืองคนใดคนหนึ่ง

ต้องมีเงินทุนขนาดใหญ่พอที่จะนำไปลงทุนก่อเกิดดอกผล เพื่อให้มีรายได้สำหรับไปใช้จ่ายในการดำเนินการของกองทุน”

 

คุณเดช พุ่มคชา  กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม

            “ประเทศนี้ ชุมชนนี้ อยู่ได้ดีกว่าเดิมได้ ถ้าภาคประชาสังคมไม่ยอมแพ้และไม่เพี้ยน

ผมเป็นลูกศิษย์ อ.ป๋วย อึ๊งภากรณ์  และทำงานพัฒนาตระเวนไปทุกจังหวัดในประเทศไทย ต่างประเทศก็ไป  ผมพบว่าคนเก่งจากหมู่บ้านเป็นกำลังสำคัญในการก่อการเปลี่ยนแปลง  แต่ที่พวกเขาเพี้ยนเป็นเพราะกลไกรัฐ กลไกต่างๆ ทำให้เพี้ยน ยกตัวอย่างเช่น ก่อนเป็น อบต. เป็นคนดี  แต่พอเป็น อบต.ก็เพี้ยน หรือเป็นปราชญ์ที่ภาครัฐยกย่อง 3 เดือนกลายเป็นเปรต  เพราะเพี้ยน

เราต้องทำงานกับพวกหัวไวใจสู้ กองทุนภาคประชาสังคมจึงจะมีโอกาสเกิดขึ้นมาจริง

ขอให้คนทุกคนปลอดภัยในชีวิต  ให้เศรษฐกิจให้สิทธิเสรีประชาธิปไตยขยายงาม  กองทุนจะหนุนดุลส่งเสริม  ให้เพิ่มเติมคุณค่าฝ่าวิกฤติ  ให้กองทุนเป็นอีกหนึ่งชีวิตอีกหนึ่งงานชูไทย” 

 

คุณสรรพสิทธิ์ คุมพ์ประพันธ์  ประธานกรรมการมูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก

 

            “การคลังเพื่อสังคมตั้งอยู่บนพื้นฐานของความคิดด้านเศรษฐศาสตร์ พบว่าที่ผ่านมาการบริหารจัดการงบประมาณแผ่นดินเพื่อสร้างความมั่งคั่งอยู่ดีมีสุขได้ถูกบิดเบือน โดยมีข้าราชการเป็นส่วนประกอบสำคัญ

            ผลจากนโยบายการคลังประเทศไทยทำให้คนจนไม่กี่ล้านคนเพิ่มเป็นสิบกว่าล้านคน นี้เป็นผลโดยตรงมาจากการสนับสนุนกลุ่มทุน  และการคอร์รัปชั่นที่เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มการเมือง

หรือแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 11 ที่ไม่เอื้อต่อภาคเกษตร เน้นการพึ่งพาตลาด  นักการเมือง นายทุน   ภาพของเกษตรกรกลายเป็นนายทุนทำการเกษตรข้ามชาติ กลายเป็นผู้ส่งออกอาหารรายใหญ่ของโลก ที่มาพร้อมกับการทำลายทรัพยากรในที่ดิน ตัดไม้ทำลายป่า เกษตรกรไม่สามารถพึ่งตนเองได้”

 

อ. มณเฑียร  บุญตัน  อดีตสมาชิกวุฒิสภา

            “ภาคประชาชนสังคมเป็นกลุ่มที่มีความสำคัญมาก  ภาคประชาสังคมจะเกิดขึ้นได้ 2 ลักษณะ คือ เป็นผู้จิตใจดีงามเข้ามาช่วยเหลือสังคม ในกรณีนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กับอีกประการหนึ่ง คือ คนที่เป็นเจ้าของปัญหาเองรวมตัวกัน เช่น กลุ่มคนเปราะบางต่างๆ มีการรวมตัวกันเพื่อรักษา ถ่วงดุล รักษาความสมดุลของสังคม เพื่อเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

            ผลจากการพัฒนาแบบเหลื่อมล้ำทำให้พลังการทำงานของภาคประชาสังคมจึงน้อยมาก จึงต้องมีการเติมพลังในส่วนนี้  เป็นพลังน้ำหยดที่ไม่ตาย ทำให้มีกำลังใจ มีชีวิต เป็นท่อน้ำเลี้ยงกระจายไปที่ต่างๆ

นี้จึงเป็นความจำเป็นต้องมีกองทุนภาคประชาสังคมขึ้นมา ทำอย่างไรที่จะนำเงินจากสลากกินแบ่งรัฐบาลมาให้ได้ เพราะถือว่าเป็นเงินอุดหนุนจากภาครัฐโดยผลของกฎหมาย ไม่ใช่จากนโยบายประชานิยม เพื่อให้กลายเป็นหยดน้ำในภาคประชาสังคม ไม่ละทิ้งอุดมการณ์ ทำให้ภาคพลเมืองมีความเข้มแข็ง และอุดมการณ์ภาคประชาสังคมก็จะได้ดำเนินต่อไป”

 

แพทย์หญิงวัชรา ริ้วไพบูลย์  ผู้อำนวยการสถาบันสร้างเสริมสุขภาพคนพิการ

“โจทย์เรื่อง “การคลังเพื่อสังคม” ที่สำคัญ คือ ทำอย่างไรให้สังคมอยู่เย็นเป็นสุขได้จริง เนื่องจากระบบสวัสดิการสังคมในปัจจุบันยังไม่เพียงพอต่อประชากรกลุ่มต่างๆ  โดยเฉพาะประชากรกลุ่มด้อยโอกาสที่ยังเข้าไม่ถึง

ดังนั้นการทำงานจึงมุ่งไปที่ 3 เรื่องสำคัญ คือ 1) ต้องป้องกันการเลือกปฏิบัติ  2) ต้องทำให้สภาพแวดล้อมในสังคมเอื้อต่อการใช้ชีวิต เอื้อต่อการแสดงพลัง แสดงศักยภาพของประชากรกลุ่มต่างๆ   3) ต้องมีกลไกการคลังด้านสังคม”

 

“การทำงานด้านสังคมที่ผ่านมา  เราฝากไว้ที่กลไกภาครัฐเพียงเท่านั้น  ทำให้ไปไม่ถึงการตระหนักหรือมองเห็นปัญหาที่ซับซ้อน  ดังนั้นจะทำอย่างไรให้ผู้คนที่แตกต่างกัน  ต่างมองเห็นปัญหาซึ่งกันและกัน และเข้ามาช่วยคิด ช่วยทำ ช่วยแก้ปัญหา

ปัจจุบันแม้มี NGOs มีภาคชุมชนอยู่แล้ว แต่กลไกเหล่านี้อยู่ในความยากลำบาก กระท่อนกระแท่น ดังนั้นถ้าจะทำให้กลไกเหล่านี้ได้ผล  ต้องมีกลไกการคลังเข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนในเรื่องต่างๆ เพื่อสร้างให้เกิดสังคมสวัสดิการได้จริง”

 

Tag


องค์กรที่ร่วมขับเคลื่อน ดูทั้งหมด

  • คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย
    มูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิง
    ศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน
    สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)
    มูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบท
    มูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา
  • SIRNet
    สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    เครือข่ายผู้หญิงเพื่อความก้าวหน้าและสันติภาพ
    มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย
    มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย
    มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ(มพน.)
  • สมาคมพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงาน
    สมาคมคลังปัญญาอาวุโสแห่งประเทศไทย
    มูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุ
    สหพันธ์ชมรมผู้สูงอายุกรุงเทพมหานคร
    มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.)
    มูลนิธิเพื่อนหญิง
  • มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล
    มูลนิธิผู้หญิง
    สมาคมครอบครัวศึกษาแห่งประเทศไทย
    สมาคมเพื่อคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทย
    สมาคม คน พิการ แห่ง ประเทศไทย
    สมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย
  • สภาคนพิการทุกประเภท
    สถาบันสร้างเสริมสุขภาพคนพิการ
    มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย
    สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย
    มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ
    HDF
  • มูลนิธิดวงประทีป
    มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก
    มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก
    มูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก
    YPDC Thailand
    มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก
  • มูลนิธิเพื่อเด็กพิการ
    มูลนิธิเด็ก
    คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.)
    สำนักงานประสานการพัฒนาสังคมสุขภาวะ
    มูลนิธิสุขภาพไทย
    มูลนิธิกองทุนไทย
  • มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม(มอส.)
    มูลนิธิเครือข่ายครอบครัว
    เครือข่ายรณรงค์หยุดพนัน
Create by taie