กองทุนภาคประชาสังคม

กว่าจะเป็น “หมอยิปซี” ของดร.กฤษณา ไกรสินธุ์

ช่องว่างของ "โอกาส" ที่ถูกความเหลื่อมล้ำทางฐานะการเงินและศักดิ์ศรีในสังคม กั้นขวางสิทธิความเป็นมนุษย์อย่างไม่เท่าเทียมกัน “ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์” เภสัชกรหญิงคนไทยเพียงคนเดียว เฝ้าพยายามทำงานต่อสู้อย่างเงียบๆ ในมุมเล็กๆของเมืองที่น้อยคนจะรู้จัก ซึ่งตั้งอยู่บนอนุภูมิภาคซับซาอาร่าทวีปแอฟริกา ด้วยสมญานาม “หมอยิปซี”

ในประเทศไทย ดร.กฤษณา ได้รับการเชิดชูเกียรติว่าเป็นเภสัชกรผู้ทรงคุณค่า เปี่ยมด้วยเมตตา อุทิศชีวิตและงานให้กับคนยากคนจน แต่ในดินแดนทุรกันดารที่แอฟริกา เธอคือ “นางฟ้าของคนนิรนาม”

“ความไม่เท่าเทียมกันของสังคมเป็นปัญหาสังคม ครอบครัวคุณมีคนติดเชื้อ HIV แต่คุณกลับรังเกียจ ทำเหมือนเขาเป็นคนเลว จริงๆแล้วเขาก็เป็นคนเหมือนกัน ทั้งๆที่คนที่คอร์รัปชั่นเลวกว่าผู้ป่วยเอดส์ด้วยซ้ำ โดยเฉพาะผู้หญิงและเด็ก เด็กที่ติดจากแม่ เขาเลวไหม เราอยากต่อสู้ให้เห็นว่าเขาไม่ได้เป็นคนเลว คนติดเชื้อ HIV ก็เป็นคนเหมือนกัน แม้ว่าเขาจะจนเขาก็ต้องเข้าถึงยา”

ดร.กฤษณา ได้รับคำยกย่องสรรเสริญเป็นอย่างสูง ในพิธีมอบรางวัลรามอน แม็กไซไซ  วันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ.2552 ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ โดยมีข้อความดังนี้

..ในวันนี้คนทั่วโลกจำนวน 38 ล้านคนดำรงชีวิตอยู่กับโรคร้ายแรง คือ โรคเอดส์อย่างเงียบๆ และที่ยิ่งน่าสะพรึงกลัวไปกว่านั้น ในระยะเวลาไม่ถึง 30 ปีที่ผ่านมา คนจำนวนกว่า 25 ล้านได้เสียชีวิตลงแล้วเพราะโรคเอดส์ ความพยายามแก้ไขปัญหาไม่ให้โรคเอดส์ติดต่อและระบาดในวงกว้างจำเป็นต้องเกิดข้นจากการมียาต้านโรคเอดส์ราคาถูก และผู้ป่วยสามารถเข้าถึงยาได้ จึงเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจที่ปัญหานี้ยังไม่สามารถแก้ไขได้ในประเทศกำลังพัฒนา ที่ซึ่งผู้ติดเชื้อเฮชไอวีและป่วยเป็นโรคเอดส์จำนวน 9 ใน 10 คนอาศัยอยู่ ในประเทศเหล่านี้ผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนยังต้องมีชีวิตอยู่ด้วยความเสี่ยง เนื่องจากกฎหมายสิทธิบัตรยา และการขาดแคลนยาชื่อสามัญต้านโรคเอดส์ ทั้งสองปัจจัยส่งผลให้ยาต้านโรคเอดส์ที่เป็นที่ต้องการอย่างมากมีราคาแพงเกินไปที่ผู้ป่วยจะสามารถซื้อหาได้ เภสัชกรหญิง ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ จึงทำงานด้วยปณิธานที่แน่วแน่ที่จะแก้ไขวิกฤตนี้

ดร.กฤษณามีความเห็นว่า ช่องว่างในการเข้าถึงยาระหว่างประเทศที่ร่ำรวยและประเทศยากจนเป็น “อาชญากรรมต่อมนุษย์ชาติ และการฆ่าล้างคนจน” เธอจึงอุทิศชีวิตของเธอเพื่อลดช่องว่างนี้โดย ดร.กฤษณามีบทบาทสำคัญในความสำเร็จของประเทศไทย ซึ่งเป็นเพียงหนึ่งในไม่กี่ประเทศทั่วโลกที่พลิกผันสถานการณ์การระบาดอย่างรุนแรงของโรคเอดส์ในหมู่ประชาชนได้ ดร.กฤษณาไม่ได้หยุดความสำเร็จของเธอไว้เพียงแค่นั้น แต่ได้นำวิชาความรู้ ความเชี่ยวชาญ และความเมตตาของเธอไปถ่ายทอดและเผื่อแผ่แก่ชาวต่างชาติในภูมิภาคอื่นของโลก

ดร.กฤษณาเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ จบการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านเภสัชเคมีจากมหาวิทยาลัยบ๊าท ประเทศอังกฤษ ในปี พ.ศ.2526 ดร.กฤษณาเข้ารับราชการที่องค์การเภสัชกรรมซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐที่ผลิตยาเพื่อใช้รักษาผู้ป่วยในโรงพยาบาลของรัฐและสถานีอนามัยในประเทศไทยในฐานะผู้อำนวยการของสถาบันวิจัยและพัฒนาขององค์การเภสัชกรรม ดร.กฤษณาเป็นผู้ก่อตั้งสถาบันวิจัยและพัฒนาขององค์การเภสัชกรรม และเป็นผู้นำบุกเบิกการผลิตยาชื่อสามัญรักษาโรคจำนวนมาก รวมทั้งโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานด้วย

เมื่อประเทศไทยประสบปัญหาโรคเอดส์ระบาดรุนแรง ดร.กฤษณาตัดสินใจทำการวิจัยยาต้านโรคเอดส์ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลไทย ต้องเผชิญกับคำวิพากษ์วิจารณ์และการโจมตีจากบุคคลจำนวนมากในวงการสาธารณสุข และต้องต่อสู้กับการถูกฟ้องร้องทางกฎหมายจากบริษัทยาในปี พ.ศ.2538 ภายหลังจากใช้เวลานานนับเดือนในห้องทดลองที่ปราศจากหน้าต่างและต้องทดลองใช้สารเคมีที่มีอันตรายด้วยตนเองเพียงคนเดียว ดร.กฤษณาได้คิดค้นสูตรยาชื่อสามัญต้านโรคเอดส์ของยาชื่อเอแซดที (ซีโดวูดีน) ซึ่งใช้รักษาโรคเอดส์และลดโอกาสการติดเชื้อโรคเอดส์จากแม่สู่ลูก ยาชนิดนี้เข้าสู่ตลาดในราคาเพียงหนึ่งในสี่ของราคาผลิตภัณฑ์ยาที่มียี่ห้อ และกลายเป็นยาชื่อสามัญต้านโรคเอดส์ชนิดแรกที่ผลิตขึ้นในประเทศกำลังพัฒนาในขณะนั้น

ดร.กฤษณารณรงค์ต่อสู้ร่วมกับองค์กรอิสระเรียกร้องให้มีการลดราคายา เธอต้องต่อสู้กับการถูกฟ้องร้องทางกฎหมาย เพื่อผลิตยาชื่อสามัญต้านเอดส์ที่มีชื่อว่า ดีดีไอ (ดีดาโนซีน) และคิดค้นสูตรยา “ค้อกเทล” หรือที่รู้จักกันว่า จีพีโอ-เวียร์ ที่มีราคาถูกลงถึง 18 เท่า และรวมจำนวนยาหลายเม็ดเข้าด้วยกัน ทำให้ผู้ป่วยเอดส์ทานยาน้อยลงในแต่ละวัน ในขณะนี้องค์การเภสัชกรรมผลิตยาต้านโรคเอดส์จำนวน 7 ชนิด และมีกำลังผลิตเพียงพอที่จะรักษาผู้ป่วยจำนวน 150,000 คนต่อปีในประเทศไทย กัมพูชา ลาว และเวียดนาม

ในปี พ.ศ.2545 ดร.กฤษณาได้เดินทางนำความรู้ความเชี่ยวชาญของเธอไปยังอนุภูมิภาคซับซาฮาร่าแอฟริกา ดินแดนที่มีการระบาดของเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์มากที่สุดในโลก เธอตระหนักดีว่าผู้ป่วยเพียงร้อยละ 1 จากจำนวนทั้งหมด 4 ล้านคน สามารถเข้าถึงยาต้านโรคเอดส์ได้ ในครั้งนี้ ดร.กฤษณาต้องฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการ อาทิ การทำงานในแดนสงคราม การเดินทางไปยังชนบทที่ห่างไกล และต้องปรับเปลี่ยนการทำงานในสภาพที่ขาดแคลนสถานที่และอุปกรณ์สิ่งของที่จำเป็นในทุกด้าน ดร.กฤษณาได้ช่วยก่อสร้างโรงงานผลิตยาเพื่อผลิตยาสามัญต้านโรคเอดส์ในประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกที่มีการสู้รบรุนแรงต่อเนื่องเป็นเวลานานได้ภายในเวลา 3 ปี ดร.กฤษณาได้ช่วยปรับปรุงโรงงานผลิตยาที่เก่าและทรุดโทรมมากให้ผลิตยารักษาโรคมาลาเรียและยาต้านโรคเอดส์ที่มีราคาไม่แพงในประเทศแทนซาเนีย ดร.กฤษณาได้ก้าวเข้าไปในทวีปแอฟริกาอย่างเต็มตัวในการนำความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ของเธอสอนบุคลากรท้องถิ่นด้านสาธารณสุขในประเทศแอฟริกาอีก 13 ประเทศ ให้พวกเขาสามารถผลิตยารักษาโรคมาลาเรียและยาต้านโรคเอดส์คุณภาพดีราคาถูกได้ในประเทศ

ดร.กฤษณาผู้กล้าหาญมีความสงสาร เข้าใจและเข้าถึงผู้ป่วยโรคเอดส์ได้อย่างง่ายดาย เธอยอมรับว่า

“ดิฉันทราบว่าตัวเองเป็นนักวิทยาศาสตร์ แต่ดิฉันก็มีความละเอียดอ่อนทางจิตใจ เมื่อดิฉันพบเห็นความทุกข์ทรมาน จะรู้สึกเสียใจ และต้องการทำสิ่งบางอย่างเพื่อช่วยเหลือ”

ดังนั้น ดร.กฤษณาจึงได้ถ่ายทอดวิธีการผลิตยาชื่อสามัญที่คิดค้นขึ้น และยังสอนนักเคมีและช่างเทคนิคขั้นตอนและกรรมวิธีในการตรวจวิเคราะห์คุณภาพยา หลายครั้งเธอใช้เงินของเธอเองทำงานนี้ เธอกล่าวว่า

“การช่วยให้คนจนเข้าถึงยารักษาโรคได้ในราคาไม่แพง คือหลักแห่งความยุติธรรมในสังคม” และ “สิ่งนี้ คือเหตุผลที่ดิฉันต้องการสอนให้คนท้องถิ่นผลิตยา เพื่อพวกเขาจะได้พึ่งพาตนเองได้”

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก :               กว่าจะเป็น “หมอยิปซี” ของดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ กับรางวัล “แมกไซไซ” ปี 2552

                                                         ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ www.prachachat.net

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก :  www.bloggang.com, www.pochnews.com, www.bangkokbiznews.com

Tag


องค์กรที่ร่วมขับเคลื่อน ดูทั้งหมด

  • คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย
    มูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิง
    ศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน
    สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)
    มูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบท
    มูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา
  • SIRNet
    สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    เครือข่ายผู้หญิงเพื่อความก้าวหน้าและสันติภาพ
    มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย
    มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย
    มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ(มพน.)
  • สมาคมพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงาน
    สมาคมคลังปัญญาอาวุโสแห่งประเทศไทย
    มูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุ
    สหพันธ์ชมรมผู้สูงอายุกรุงเทพมหานคร
    มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.)
    มูลนิธิเพื่อนหญิง
  • มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล
    มูลนิธิผู้หญิง
    สมาคมครอบครัวศึกษาแห่งประเทศไทย
    สมาคมเพื่อคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทย
    สมาคม คน พิการ แห่ง ประเทศไทย
    สมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย
  • สภาคนพิการทุกประเภท
    สถาบันสร้างเสริมสุขภาพคนพิการ
    มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย
    สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย
    มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ
    HDF
  • มูลนิธิดวงประทีป
    มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก
    มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก
    มูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก
    YPDC Thailand
    มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก
  • มูลนิธิเพื่อเด็กพิการ
    มูลนิธิเด็ก
    คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.)
    สำนักงานประสานการพัฒนาสังคมสุขภาวะ
    มูลนิธิสุขภาพไทย
    มูลนิธิกองทุนไทย
  • มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม(มอส.)
    มูลนิธิเครือข่ายครอบครัว
    เครือข่ายรณรงค์หยุดพนัน
Create by taie