กองทุนภาคประชาสังคม

โลกของคนตาบอดในมุม นพดล ปัญญาวุฒิไกร

สอนคนตาบอดถ่ายภาพ เป็นอีกกิจกรรมเพื่อสังคมที่ไม่ค่อยมีคนทำ ถ้าไม่ใช่เพราะ “ฉุน-นพดล ปัญญาวุฒิไกร” คงไม่มีใครคิดว่า คนตาบอดเมืองไทยจะถ่ายรูปได้ เขาทำในสิ่งที่หลายคนคิดว่า เป็นไปไม่ได้ เพราะนักธุรกิจอุตสาหกรรมสกรูน็อตคนนี้รักการถ่ายภาพเป็นชีวิตจิตใจ และอยากแบ่งปันเพื่อคนด้อยโอกาสบ้าง เมื่อสองปีที่แล้ว เขาลองปิดตาเป็นคนตาบอดอยู่สามวันๆ ละ 9 ชั่วโมงออกตระเวนถ่ายรูปในสถานที่ไม่คุ้นเคย เพื่อเรียนรู้ข้อจำกัดของคนตาบอด

“บางคนน้ำเสียงไม่ดี ผมก็ไม่ถ่าย บางคนก็บอกว่า อย่าถ่ายเลย เขาไม่สวย เขาอาย แต่ผมก็บอกว่า คุณสวยมากเลย เพราะน้ำเสียงจับใจมาก” นพดลเล่า เมื่อเขาได้สัมผัสโลกในความมืด

หากย้อนถึงเรื่องราวก่อนสอนเด็กตาบอดถ่ายรูป นพดลบอกว่า ตอนนั้นอาจารย์ธวัช มะลิลา วัย 70 ปี ที่สอนเขาถ่ายภาพ มีความมุ่งหวังว่า อยากให้เด็กตาบอดเรียนถ่ายภาพ และพยายามหาวิธี ตอนที่มีเวิร์คช็อปงานแสดงนิทรรศการภาพถ่ายของคนตาบอดอิสราเอลในกรุงเทพฯ อาจารย์ไปเข้าคอร์สและได้เห็นผลงานของคนตาบอด ก็คิดว่า เราน่าจะทำได้ แต่เทคนิคการสอนให้คนตาบอดถ่ายภาพ คนอิสราเอลบอกว่า เป็นความลับเปิดเผยไม่ได้

“ผมก็คิดว่า ทำไมเปิดเผยไม่ได้ มันน่าจะเป็นสมบัติสาธารณะ ผมก็เข้าไปดูในเวบของอเมริกา คนที่สอนคนตาบอดถ่ายภาพก็ได้รับเกียรติเชิดชูในสังคม แต่พอถามว่า มีเทคนิคการสอนอย่างไร เขาบอกว่าเป็นความลับ ผมก็ถามครูว่าแล้วจะสอนอย่างไร ครูก็บอกว่า ไม่รู้ ผมก็เลยลองไปเป็นคนตาบอดเพื่อหาคำตอบ มันจำเป็นนักหรือที่คนด้อยโอกาสจะต้องไร้โอกาส สิ่งที่คนคิดว่าเป็นไปไม่ได้ ผมคิดว่า มันเป็นไปได้”

สามวันกับการเป็นคนตาบอดเดินถ่ายรูป นพดลยอมรับว่า เป็นประสบการณ์ที่แปลก ได้สัมผัสความรู้สึกบางอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน ไม่ว่าเรื่องความกลัว ความคิด ความเคยชิน

“ตอนนั้นผมเลือกไปตลาดร้อยปีสามชุก ปิดตามีไม้เท้าอันหนึ่ง มีเพื่อนไปด้วย และบางครั้งเพื่อนก็ปล่อยให้เดินคนเดียว ผมนึกไปตลอดทางว่า ถ้าผมตาบอด ผมจะถ่ายรูปได้อย่างไร ผมเดินไปที่ตลาดได้ยินเสียงคนชงกาแฟ ผมได้กลิ่นผัดกระเพรา พ่อค้าแม่ค้าที่หาเช้ากินค่ำ เมื่อเห็นผมปิดผ้าก็อตที่ตา น้ำเสียงที่เขาพูดกับเรา เขาดูห่วงใยเรา ผมก็เพิ่งรู้ว่า ความดีงามที่ออกมาจากน้ำเสียงและใจมันเป็นแบบนี้”

เมื่อลองเป็นตาบอด เขารู้สึกทันทีว่า การใช้ชีวิตในความมืด ต้องตั้งสติให้ดี ประสาทสัมผัสต้องไว  นพดลบอกว่า เพราะตาหลอกตัวเราเอง ชีวิตที่ผ่านมา เราเอาตรรกะของตัวเองมาหลอกตัวเรา พอเราเป็นคนตาบอด ก็เหมือนคนปฏิบัติธรรม ความคิดกับสิ่งที่เห็น มันไม่เหมือนกัน ตอนปฏิบัติธรรมสิ่งที่เราปฏิบัติ มันเหนือความคิด

“ตอนนั้นเป็นช่วงที่ผมมีความสุขในการถ่ายภาพ ไม่ได้ถ่ายด้วยความอยาก ตอนปกติตาเห็นภาพสวยๆ ก็ถ่าย ถ่ายมาแล้วก็อยากโชว์ ถ่ายไม่ดีก็อยากแก้มือ แต่พอเราเป็นคนตาบอด เราไม่รู้ว่าสวยหรือไม่สวย ถ่ายเพื่อบันทึก เวลาปิดตาถ่ายภาพ เพื่อนที่ไปด้วยกัน ต้องบรรยายให้ฟัง บางครั้งก็ลองไปลูบคลำสิ่งของข้างหน้า เพื่อจะได้รู้ว่า วัตถุแค่นี้เราควรกะระยะอย่างไร”

ควบคุมสติและความกลัว เป็นสิ่งที่นพดลได้เรียนรู้ จากนั้นก็ค้นหาเทคนิคการถ่ายรูป เมื่อไม่อาจใช้ตาได้ เขาไม่ได้ลองแค่ครั้งเดียว แต่ใช้ความพยายามอยู่หลายครั้ง เดินไต่สะพานไม้ เข้าห้องน้ำ โดยมองไม่เห็นโถส้วม กินอาหาร ฯลฯ จากการทดลองปิดตาถ่ายภาพหลายครั้ง นพดลมีบทสรุปว่า รูปที่ถ่ายออกมากว่าร้อยใบ ผ่านเกณฑ์ใช้ได้ประมาณเจ็ดสิบใบ และไม่ใช่ความฟลุ้ค แต่มีความเป็นไปได้ที่คนตาบอดจะถ่ายภาพ

เมื่อเขารู้แล้วว่า จะสอนคนตาบอดถ่ายภาพอย่างไร เขาพยายามเผยแพร่วิธีการ เทคนิคการถ่ายรูป นำขึ้นเวบ บล็อกและเปิดสอนครูอาสาผ่านกว่าร้อยคน

“เพราะเราไม่สามารถสอนได้หมด ครั้งแรกที่ไปสอนเด็กตาบอดถ่ายภาพ พวกเขาก็อยากรู้เหมือนกัน จะถ่ายภาพได้อย่างไร เมื่อถ่ายออกมาแล้วดี พวกเขาบอกว่า ชีวิตนี้ไม่กลัวอะไรอีกแล้ว ผมสอนรุ่นแรก 10 คน สอนครั้งละสามชั่วโมงสามครั้ง ที่โรงเรียนสอนคนตาบอด กรุงเทพฯ เมื่อเด็กๆ ได้รับเสียงคำชม ทำให้พวกเขามีกำลังใจ เห็นคุณค่าตัวเอง และเราพาเด็กออกไปถ่ายนอกกรุงเทพฯ ผมอยากให้พวกเขารู้ว่า ที่พวกเขาถ่ายภาพได้ดี ไม่ใช่พวกผมโกหก ปรากฏว่า คนข้างนอกเห็นภาพที่เขาถ่าย ก็ชมและให้ขนม แล้วถามว่า ถ่ายได้ยังไง”

สาเหตุที่คนตาบอดถ่ายภาพได้ นอกจากเทคนิคที่นพดลเรียนรู้ด้วยตัวเอง เขายังนำหลักวิทยาศาสตร์การถ่ายภาพมาปรับใช้ เนื่องจากการถ่ายภาพจากเลนส์ 28 มม.และ35 มม. ระยะถอยเพื่อถ่ายภาพไม่เหมือนกัน เพราะช่วงองศาต่างกัน นภดลให้เด็กๆ เลือกใช้เลนซ์ 28 มม. และใช้วิธีนับก้าวในการถ่าย

“เด็กๆ ไม่เข้าใจระยะที่บอกเป็นฟุตหรือเมตรหรอก ต้องให้นับก้าว แล้วบอกว่ากี่เมตร เด็กแต่ละคนก้าวไม่เท่ากัน ก็ต้องปรับตามความเหมาะสม ทั้งการถอยและระดับการถือกล้อง ก็ค่อยๆ สอน โดยไม่ยัดเยียดว่าต้องทำอย่างนี้ เราบอกหลักการ ให้เขาเลือกให้เหมาะกับตัวเขา”

กว่าจะทำให้คนเชื่อว่า เด็กตาบอดถ่ายภาพได้ นพดลต้องใช้พลังมหาศาล เพื่ออธิบายให้หน่วยงานและคนที่เกี่ยวข้องเข้าใจ จนมีคนแนะนำให้ผู้บริหารกล้องแคนนอนมาดูสิ่งที่เขาทำ ทั้งๆ ที่ผู้บริหารคนนั้นก็ไม่เชื่อเหมือนคนอื่น แต่เมื่อเห็นแล้วว่า พวกเขาถ่ายรูปได้จริง ก็สนับสนุนในเรื่องกล้องและอุปกรณ์การถ่ายภาพ

“พอไปสอนแล้วก็เอากล้องบริจาคให้ครูจัดสรรให้คนตาบอดใช้ เราตั้งเป้าเลยว่า เมื่อมีคนเข้ามาบริจาคทำบุญเลี้ยงอาหารเด็กตาบอด เด็กตาบบอดที่ถ่ายรูปได้ ต้องถ่ายภาพขอบคุณ เพราะตอนนั้นผู้บริหารแคนนอนให้เครื่องปรินต์ภาพมาด้วย”

เมื่อสอนจนประสบความสำเร็จ เขาก็ยังเพียรพยายามสอนต่อรุ่นแล้วรุ่นเล่า แม้จะมีกล้องและอาสาสมัครจำกัด เพราะเด็กหนึ่งคน ต้องมีครูหนึ่งคน กล้องหนึ่งตัว อาสาสมัครสอนถ่ายภาพหนึ่งคน และการสอนในต่างจังหวัดมีค่าใช้จ่าย แต่เมื่อทำด้วยใจ พวกเขาก็ยินดีช่วยกันลงขัน

สิ่งที่นพดลและเพื่อนๆ PICT4ALL.COM อาสาทำเพื่อคนตาบอด เป็นการให้โอกาสพวกเขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ นอกจากนี้พวกเขายังทำโครงการอื่นๆ อีกและไม่ได้ทำเล่นๆ เมื่อไม่นานนี้เขาจัดค่ายให้เด็กตาบอดที่ถ่ายภาพได้มาเรียนรู้การเขียนเรื่องเล่าในรูปแบบต่างๆ ทั้งสารคดี เรื่องสั้น บทกวี ฯลฯ โดยมีนักเขียนหลากหลายวงการมาให้คำแนะนำและเป็นพี่เลี้ยง

“เราอยากเห็นบทความสักชิ้นที่เขียนและภาพถ่ายโดยคนตาบอด อีกขั้นที่เราคิดไว้คือ จะสอนเด็กถ่ายคลิปวีดีโอ เขาต้องคิดสตอรี่บอร์ดก่อน ซึ่งเด็กจะคิดเป็นระบบแล้ว เพราะผ่านคอร์สเขียนและถ่ายภาพแล้ว”

นี่คือ เรื่องราวของคนที่ใช้ความชอบส่วนตัวในการถ่ายภาพ ทำสิ่งที่เป็นไม่ได้ให้เป็นจริง...

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก :               http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/life-style/society

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก : https://thai.frf.or.th, www.trueplookpanya.com

Tag


องค์กรที่ร่วมขับเคลื่อน ดูทั้งหมด

  • คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย
    มูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิง
    ศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน
    สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)
    มูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบท
    มูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา
  • SIRNet
    สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    เครือข่ายผู้หญิงเพื่อความก้าวหน้าและสันติภาพ
    มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย
    มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย
    มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ(มพน.)
  • สมาคมพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงาน
    สมาคมคลังปัญญาอาวุโสแห่งประเทศไทย
    มูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุ
    สหพันธ์ชมรมผู้สูงอายุกรุงเทพมหานคร
    มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.)
    มูลนิธิเพื่อนหญิง
  • มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล
    มูลนิธิผู้หญิง
    สมาคมครอบครัวศึกษาแห่งประเทศไทย
    สมาคมเพื่อคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทย
    สมาคม คน พิการ แห่ง ประเทศไทย
    สมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย
  • สภาคนพิการทุกประเภท
    สถาบันสร้างเสริมสุขภาพคนพิการ
    มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย
    สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย
    มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ
    HDF
  • มูลนิธิดวงประทีป
    มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก
    มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก
    มูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก
    YPDC Thailand
    มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก
  • มูลนิธิเพื่อเด็กพิการ
    มูลนิธิเด็ก
    คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.)
    สำนักงานประสานการพัฒนาสังคมสุขภาวะ
    มูลนิธิสุขภาพไทย
    มูลนิธิกองทุนไทย
  • มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม(มอส.)
    มูลนิธิเครือข่ายครอบครัว
    เครือข่ายรณรงค์หยุดพนัน
Create by taie