กองทุนภาคประชาสังคม

พิเชษฐ กลั่นชื่น : ศิลปินนักรำไทยร่วมสมัย

ศิลปินจะดำรงอยู่ได้ งานโบราณจะดำรงอยู่ได้ หนึ่ง...ต้องใช้ได้ สอง...ต้องมีคุณค่า สาม...ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับคนในสังคม

 ด้วยคำถามว่าทำอย่างไรนักนาฏศิลป์ไทยจึงจะอยู่รอดอย่างยั่งยืน สามารถหาเลี้ยงอาชีพได้ จุดประกายให้ คุณพิเชษฐ กลั่นชื่น สร้างสรรค์การแสดงศิลปะรำไทยร่วมสมัยในรูปแบบที่แตกต่างและมีเอกลักษณ์เฉพาะ

นักเต้นโขนที่ได้รับการตอบรับโด่งดังไกลในต่างแดนเชื่อว่าวิถีทางที่จะช่วยให้นาฏศิลป์ไทยกลับมาเข้าสู่สังคมได้อีกครั้ง คือการค้นหาองค์ความรู้เก่าแล้วนำกลับมาใช้ใหม่ พร้อมกับสร้างองค์ความรู้ใหม่จากเดิม เพื่อให้รำไทยสามารถเดินทางต่อไป

ย้อนไปจุดเริ่มต้นเส้นทางนักเต้นของคุณพิเชษฐ เขาเป็นลูกชาวประมงที่ย้ายเข้ามาเรียนหนังสือในกรุงเทพฯตั้งแต่อายุ 13 ก่อนจะเลือกเรียนต่อสายวิทย์-คณิตในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย แต่โชคชะตานำพาให้เขามีโอกาสเป็นลูกศิษย์อาจารย์ไชยยศ   คุ้มมณี พ่อครูโขนที่เก่งที่สุดท่านหนึ่งของเมืองไทย พิเชษฐจึงเบนเข็มชีวิตสอบเข้าเรียนต่อที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขานาฏศิลป์ไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

หลังเรียนจบ คุณพิเชษฐสนุกกับการทำงานละครเวทีกับอาจารย์ชนประคัลภ์ จันทร์เรือง อยู่ราว 3 ปี ก่อนจะไปเป็นอาจารย์สอนวิชานาฏศิลป์ในมหาวิทยาลัย แต่เขารู้สึกเหมือนถูกตีกรอบรวมถึงการเรียนการสอนที่ต้องยึดตามหลักสูตรที่วางเอาไว้ หลังจากเป็นอาจารย์ได้ 5 ปีเขาจึงตัดสินใจลาออก ขอทุนเพื่อเดินทางไปศึกษาต่อที่นิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา

“ผมตัดสินใจลาออกเพราะว่าสิ่งที่ผมคิดว่าชอบมันไม่ใช่สิ่งที่ผมเป็น การเป็นอาจารย์ในระบบราชการจะต้องไปเซ็นชื่อเช้าเย็น ต้องเขียนผลงานทางวิชาการ ต้องเขียนแผนการสอน และต้องสอนตามวิธีการที่หลักสูตรวางเอาไว้ ต้องแต่งตัวเรียบร้อย ผมเลยรู้สึกว่ามันไม่ใช่ผม ผมคิดว่าเราควรจะต้องมองไปที่ความจริงมากกว่าที่จะมองไปที่เปลือก ผมเชื่อในการที่สอนคนให้เคารพกฎและมีระเบียบด้วยตัวเองมากกว่าจะเอากติกาทางสังคมมาเป็นข้อกำหนด ดังนั้นผมจึงใช้ชีวิตแบบนั้นไม่ได้”

ที่นิวยอร์ค คุณพิเชษฐศึกษาทุกอย่างที่เกี่ยวกับศิลปะการเต้น มีโอกาสเรียนทั้งโมเดิร์นแดนซ์ แท็ปแด๊นซ์ สเต็ปแดนซ์ อเมริกันแดนซ์

หลังกลับมาจากนิวยอร์ค คุณพิเชษฐเริ่มสร้างสรรค์งานเองด้วยการเริ่มต้นตั้งคำถามถามตัวเองว่าเราเป็นใคร เราจะสร้างงานเองได้อย่างไร จะประกอบอาชีพได้อย่างไร นำมาสู่แนวคิดที่ต้องมองอะไรใหม่ๆ มองนาฏศิลป์ไทยในมุมมองใหม่ๆ

“ผมเริ่มจากสร้างงานที่เป็นโซโล่ก่อนประมาณ 15 นาที แล้วก็ค่อยๆเพิ่มลูกเล่น 5 ปีแรกไม่มีใครดูเลย มีน้อยมากถ้าก็มีหนึ่งคนหรือสองคน ไม่มีคนดูไม่เท่าไหร่ แต่มีคนด่าเราด้วยนี่สิ เราต้องอดทนและสร้างสิ่งที่มันเป็นไปได้ ค่อยเป็นค่อยไป ถ้าเราทำเป็นอาชีพได้ รักในสิ่งนี้เราควรจะเชื่อและศรัทธาในสิ่งนี้แล้วก็ทำต่อไป สิ่งที่สำคัญคือถ้าเราหยุดปุ๊ปเนี่ย เท่ากับเราบอกทุกคนว่าสิ่งที่เราเชื่อและคิดเป็นสิ่งที่ผิด เพราะฉะนั้นต้องเดินต่อเพื่อพิสูจน์ให้เห็น

 “จริงๆแล้วมีคนที่อยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสังคมไทยอยู่มาก เพียงแต่ไม่มีอะไรให้เขาเสพ ไม่มีอะไรให้เขาดูในสิ่งที่ใหม่ เขาก็เก็บตัวนิ่งๆอยู่เฉยๆ ไม่ออกเสียง

“จุดเปลี่ยนของผมไม่มีอะไรที่เป็นชัดๆ ค่อยเป็นค่อยไป มีคนสามคนชอบแล้วก็ชวนมาดูกัน ผมเคยนั่งวิเคราะห์ว่าในสังคมไทยเป็นสังคมแบบจารีต มีกลุ่มคนที่เป็นแบบกลุ่มประเพณีแล้วก็มีคนที่ไม่อยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสังคมไทยมากกว่าคนที่อยากให้เปลี่ยนแปลง แต่จริงๆแล้วมีคนที่อยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสังคมไทยอยู่มาก เพียงแต่ไม่มีอะไรให้เขาเสพ ไม่มีอะไรให้เขาดูในสิ่งที่ใหม่ เราได้เห็นว่าคนเราเหล่านี้มีอยู่นี่ในเมืองไทย เป็นคนที่อยากเห็นสิ่งใหม่ เป็นคนที่หัวก้าวหน้า หรือเป็นคนที่อยากให้นาฏศิลป์ไทยมันพัฒนา โดยไม่ได้มีทัศนคติแบบโบราณ คือถ้าเป็นของเก่าแล้วห้ามแตะ”

คุณพิเชษฐ เชื่อว่าศิลปะจะดำรงอยู่ได้ งานโบราณจะดำรงอยู่ได้ หนึ่ง...ต้องใช้ได้ สอง...ต้องมีคุณค่า สาม...ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับคนในสังคม ถ้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคนในสังคม ยังไงก็ตายอยู่วันยังค่ำ หลังผ่านไป 5 ปี ความพยายามของพิเชษฐเริ่มเห็นผล เริ่มมีกลุ่มคนดู เริ่มมีกลุ่มคนที่ติดตาม การแสดงเป็นกลุ่มเล็กๆ

“ตอนนี้ชื่อผมเริ่มเป็นที่ยอมรับ ถ้าเอางานผมไปแสดงที่ไหนที่หนึ่งเขาก็จะตกลงว่าฉันสนใจฉันซื้อแล้วเขาก็เงินมาให้ก้อนหนึ่งเพื่อมาทำงาน เงินที่เขาให้มาก็เป็นเงินในการซ้อม เป็นเงินในการสร้างงานทั้งหมด โรงละครเราก็เริ่มมากจากพื้นที่เล็กๆ เวลาแสดงมีคนมาดูเราก็เก็บเงินด้วย นั่นคือสิ่งที่ผมอยากจะสร้าง”

“การที่ผมสร้างบริษัทนี้เพราะอยากให้คนที่อยากเป็นศิลปินมีที่ทำงานรองรับ คำถามคือคนเก่งของเราไปอยู่ไหนกันหมด จบมาแล้วทุกคนไปทำอะไรกัน แล้วที่มันแย่กว่านั้นคือไม่ทำไม่เท่าไหร่แต่ไม่ดูด้วยสิครับ แต่พอมีงานอะไรที่เกี่ยวกับนาฏศิลป์ไทย ไม่มีใครไปดูงานเลย แสดงว่ามันไม่ได้มีอะไรที่ดูเกี่ยวข้องกันเลย คนที่เรียนเองก็ไม่ดู คนที่จบมาแล้วก็ไม่ทำด้วย”

คนที่จะทำอาชีพนักเต้นนักนาฏศิลป์ได้ คุณพิเชษฐแนะนำว่าต้องถามตัวเองก่อนว่าอยู่คนเดียวได้ไหม ใช้ชีวิตโดดๆ ในห้องเดียวแล้วก็ซ้อมตลอดทั้งชีวิตได้ไหม

“ถ้าคุณอยากทำงานนี้ ต้องพัฒนางานหรือสิ่งที่คุณทำให้มีคุณภาพสูงที่สุด อย่าสนใจเรื่องการตลาด ทำของที่คุณทำ ทำอะไรก็แล้วแต่ให้มีคุณภาพที่ดีที่สุดและสูงที่สุด แล้วก็สื่อผ่านด้านมีเดียต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุค ยูทูป มันช่วยโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้กับตัวคุณได้อย่างดีที่สุด อย่าเพิ่งสนใจว่ามันจะขายได้หรือไม่ได้ คือถ้ามันดีเดี๋ยวมันก็ขายได้เอง ถ้ามันไม่ดีต่อให้คุณไปขาย ใครเขาก็ไม่เอาไม่ซื้อ”

ผมอยากให้เด็กๆ ลองทำทุกอย่าง เรียนรู้ทุกอย่าง แล้วลองตั้งคำถามกับสิ่งที่เราทำกับสิ่งที่เราเรียนว่าเราได้อะไรจากสิ่งนั้น ไม่ใช่ชอบอะไรในสิ่งที่ทำ ไม่ใช่เรื่องชอบ ในขณะที่เราเรียนรู้แล้วเราได้อะไร คนเราต้องทำในสิ่งที่ไม่ชอบด้วยในชีวิต เพราะสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบอาจจะสอนอะไรบางอย่างกับเรา และสิ่งที่ได้จากการที่เราไม่ชอบนั้นจะทำให้เราเข้มแข็งขึ้นไปพร้อมๆกับสิ่งที่เราชอบด้วย”

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก :               รายการห้องแนะแนว www.trueplookpanya.com

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก :         www.bangkokbiznews.com, www.thaiticketmajor.com, www.hiclasssociety.com

Tag


องค์กรที่ร่วมขับเคลื่อน ดูทั้งหมด

  • คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย
    มูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิง
    ศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน
    สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)
    มูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบท
    มูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา
  • SIRNet
    สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    เครือข่ายผู้หญิงเพื่อความก้าวหน้าและสันติภาพ
    มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย
    มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย
    มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ(มพน.)
  • สมาคมพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงาน
    สมาคมคลังปัญญาอาวุโสแห่งประเทศไทย
    มูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุ
    สหพันธ์ชมรมผู้สูงอายุกรุงเทพมหานคร
    มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.)
    มูลนิธิเพื่อนหญิง
  • มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล
    มูลนิธิผู้หญิง
    สมาคมครอบครัวศึกษาแห่งประเทศไทย
    สมาคมเพื่อคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทย
    สมาคม คน พิการ แห่ง ประเทศไทย
    สมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย
  • สภาคนพิการทุกประเภท
    สถาบันสร้างเสริมสุขภาพคนพิการ
    มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย
    สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย
    มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ
    HDF
  • มูลนิธิดวงประทีป
    มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก
    มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก
    มูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก
    YPDC Thailand
    มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก
  • มูลนิธิเพื่อเด็กพิการ
    มูลนิธิเด็ก
    คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.)
    สำนักงานประสานการพัฒนาสังคมสุขภาวะ
    มูลนิธิสุขภาพไทย
    มูลนิธิกองทุนไทย
  • มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม(มอส.)
    มูลนิธิเครือข่ายครอบครัว
    เครือข่ายรณรงค์หยุดพนัน
Create by taie