กองทุนภาคประชาสังคม

สมพงค์ สระแก้ว เปลี่ยนความต่างของ “ชนชั้น-เชื้อชาติ” ให้เป็นมิตรภาพ

ภายในบุคลิกที่เซอร์ และดูเรียบง่ายของ สมพงค์ สระแก้ว หรือพี่ตุ่น ที่หลายคนรู้จัก แท้จริงแล้วล้วนแปดเปื้อนประสบการณ์ที่แสนจะยุ่งยากและต้องต่อสู้ในหลายๆ เรื่อง เริ่มที่การนั่งในตำแหน่งผู้อำนวยการเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน ( Labour Right Promotion Network Foundation: LPN) อันเป็นองค์การพัฒนาเอกชน ซึ่งเป็นงานในปัจจุบันของเขา

                 ด้วยอุดมการณ์ ความคิด ที่เรียกได้ว่า 99 % ทุ่มเทไปกับงานเพื่อสังคม วันนี้เขาจึงกล้าปฏิญาณรักกับงานดังกล่าวด้วยความตั้งใจจริงว่า “ไม่อาจเบนชีวิตไปสายอื่นได้อีกแล้ว” และเหตุผลดังกล่าวทำให้เขากลายเป็นผู้บริหาร “เครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน” หรือ LPN ซึ่งก่อตั้งในปี 2547 โดยได้รับความร่วมมือจากเพื่อนรุ่นน้องที่สนใจงานในรูปแบบเดียวกัน โดยก่อตั้งขึ้นในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร เพื่อช่วยเหลือและคุ้มครองสิทธิด้านมนุษยชนของแรงงานต่างชาติ ทั้งพม่า กัมพูชา และลาว

“การเกิดขึ้นของเครือข่ายดังกล่าว มักถูกมองด้วยมายาคติว่า ผมทำเพื่อคนพม่า ซึ่งคนไทยหลายคนมองว่าเป็นการช่วยเหลือกลุ่มที่เข้ามาแย่งผลประโยชน์ของไทย แต่จริงๆแล้วผมเข้ามาช่วยเหลือพวกเขาในฐานะเพื่อนมนุษย์เท่านั้น แค่บังเอิญว่าสมุทรสาคร ในจังหวัดนี้มีจำนวนมาก มีเด็ก ที่เกิดจากพ่อแม่แรงงานก็มากมาย ปัญหาคือ ไม่ได้รับโอกาสการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน เช่น การศึกษา สุขภาพ และไม่ได้รับการปฏิบัติที่ดี หรือถูกเลือกปฏิบัติจากการให้บริการของรัฐ และเหตุผลที่เป็นอย่างนั้นเพราะ พวกเขาเป็นพม่า ไม่ใช่คนไทย กลุ่มค้ามนุษย์ที่เป็นทั้งนายหน้า หรือ นายจ้าง และแม้แต่เจ้าหน้าที่ของรัฐบางกลุ่มจึงละเมิดสิทธิสารพัด แบบไร้จริยธรรมและมนุษยธรรม” สมพงค์ อธิบาย

                8 ปี กว่า ที่ LPN ก่อตัวขึ้นผ่านร้อน ผ่านหนาวการมามาก ทั้งถูกดูหมิ่นเหยียดหยาม สารพัด แต่สมพงค์ เชื่อว่า ทุกอย่างจะสวยงามขึ้น หากทุกคนได้รับโอกาสและไว้วางใจ และส่วนหนึ่งที่จะช่วยลดทอนมายาคติของคนในสังคมได้ ก็คือ “การศึกษา” เขาจึงเริ่มให้โอกาสเด็กๆ บุตรแรงงานต่างชาติด้วยการสอนเด็กกลุ่มเล็กๆ 10-15 คน อายุระหว่าง 5-15 ปี เพื่อถ่ายทอดวิชาความรู้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพื่อให้พวกเขาพ้นขีดอันตรายจากกระบวนการค้ามนุษย์และการเอาเปรียบสารพัด ทั้งเรื่องการคุกคามทางเพศ การกดค่าแรง การเบี้ยวค้าจ้าง และการทำร้ายร่างกาย ฯลฯ ซึ่งปัจจุบันก็ยังคงมีเด็กๆ แวะเวียนมาเรียนอยู่เรื่อยๆ ระยะหลังพอผู้ปกครองเห็นคุณค่าการเรียน การสอนก็เริ่มเข้ามาลงทะเบียนเป็นแรงงานในระบบมากขึ้น และร่วมบริจาคเงินเพื่อสนับสนุนกิจกรรมการศึกษาทุกรูปแบบ ซึ่งทางเครือข่ายฯ จะออกจัดกิจกรรมโมบายการศึกษา ทุกๆ 1 เดือนเพื่อเชิญชวนเด็กๆ เข้ามาเรียนในเครือข่ายฯ ถือได้ว่าเป็นกลวิธีหนึ่งที่ช่วยฉุดเด็กจากการถูกหลอกใช้แรงงานด้วย

 “คนรอบข้างในสังคมที่มีทัศนคติเชิงลบต่อแรงงานข้ามชาติ เช่น คนไทยบางคนมองว่า “ทำไมต้องไปช่วยแรงงานข้ามชาติ ช่วยเด็กๆ เหล่านี้ เดี๋ยวโตไปมันจะก้าวร้าว ไม่เชื่อฟัง” หรือ “เดี๋ยวนี้เมืองสมุทรสาคร เป็นดงพม่า หรือ Myanmar Town ไปหมดแล้ว หากเขารวมตัวกันหยิบมีดคนละเล่มมาที่ศาลากลางจังหวัด เขาคงยึดบ้านเราได้แน่ๆ เพราะพวกเขามีมากกว่า 2 แสนคน” สมพงค์เปรียบเทียบห้วนๆ ทั้งที่ความจริงรู้ดีว่าไม่มีทางเป็นไปได้

ดังนั้นสมพงค์ จึงเชื่อว่า การเปลี่ยนมุมมองทางความคิด จะช่วยเพิ่มมิตรได้ไม่ยาก เพื่อที่อย่างน้อยในอนาคต แรงงานต่างชาติก็จะได้อยู่เป็นกำลังสำคัญของไทยที่คนไทยมองว่าเป็นงานระดับรากหญ้า และน้อยคนจะเลือกประกอบอาชีพในชนชั้นดังกล่าว และเชื่อว่าในอนาคต ต่อให้ประเทศไทยเข้าสู่สังคมอาเซียนแล้วก็ตาม ความต้องการด้านแรงงานก็ยังมีอยู่ ความคิดเชิงรุกใบแบบสร้างความสัมพันธ์เหมือนพี่น้อง ระหว่างแรงงานต่างชาติ กับ คนไทย จึงไม่เคยลบเลือนไปจากหัวคิดของสมพงค์

“8 ปีมานี้ผมได้พุดคุยในที่ประชุมกับพี่น้องคนไทยในชุมชน โดยย้ำว่า คนไทยไม่จำเป็นต้องถึงกับปรนเปรอทุกอย่างเพื่อพวกเขา หรือ เราต้องดูแลเขา ให้มีสิทธิการรักษาพยาบาลที่เท่ากันก็ได้ แค่ปฏิบัติต่อเขาเป็น “คน” เหมือนกับเราที่มีความต้องการปัจจัยสี่ การดำรงอยู่ที่ปลอดภัย ก็เท่านั้น ความสุขก็เกิดกับทุกฝ่ายคนไทยมีแรงงานคอยสร้างอุตสาหกรรมที่มีมาตรฐาน ส่วนพวกเขาก็มีงาน ต้องกิน ต้องอยู่ มันคือปัจจัยสี่ ที่ทุกคน ทุกสัญชาติต้องมี”

ปัจจุบัน LPN สามารถพัฒนาการศึกษาให้เด็กและเยาวชนซึ่งเป็นบุตรหลานของแรงงานต่างชาติได้ศึกษาต่อและทำงานร่วมกับโรงเรียนของรัฐ ไม่น้อยกว่า 600 คน และผ่านการเข้ามาเรียนรู้ทั้งในและนอกระบบไม่ต่ำกว่า 3,000- 4,000 คน โดยทุกคนล้วนประกอบอาชีพและตอบแทนสังคมไทยตามกำลังที่มี

 และนี่ก็คือผลผลิตจากความพยายามของนักพัฒนาสังคมตัวจริง ที่เปลี่ยนความต่างให้เป็นมิตรภาพที่ดีได้ และเขาเชื่อว่า หากทุกคนลดมายาคติได้ ก็จะพบกับความเท่าเทียมในทุกชนชั้นที่ ทุกคนพยายามเรียกร้องอยู่ในตอนนี้

 

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก : www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9550000058931

Tag


องค์กรที่ร่วมขับเคลื่อน ดูทั้งหมด

  • คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย
    มูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิง
    ศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน
    สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)
    มูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบท
    มูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา
  • SIRNet
    สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    เครือข่ายผู้หญิงเพื่อความก้าวหน้าและสันติภาพ
    มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย
    มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย
    มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ(มพน.)
  • สมาคมพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงาน
    สมาคมคลังปัญญาอาวุโสแห่งประเทศไทย
    มูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุ
    สหพันธ์ชมรมผู้สูงอายุกรุงเทพมหานคร
    มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.)
    มูลนิธิเพื่อนหญิง
  • มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล
    มูลนิธิผู้หญิง
    สมาคมครอบครัวศึกษาแห่งประเทศไทย
    สมาคมเพื่อคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทย
    สมาคม คน พิการ แห่ง ประเทศไทย
    สมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย
  • สภาคนพิการทุกประเภท
    สถาบันสร้างเสริมสุขภาพคนพิการ
    มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย
    สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย
    มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ
    HDF
  • มูลนิธิดวงประทีป
    มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก
    มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก
    มูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก
    YPDC Thailand
    มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก
  • มูลนิธิเพื่อเด็กพิการ
    มูลนิธิเด็ก
    คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.)
    สำนักงานประสานการพัฒนาสังคมสุขภาวะ
    มูลนิธิสุขภาพไทย
    มูลนิธิกองทุนไทย
  • มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม(มอส.)
    มูลนิธิเครือข่ายครอบครัว
    เครือข่ายรณรงค์หยุดพนัน
Create by taie