กองทุนภาคประชาสังคม

สุวิชาน พัฒนาไพรวัลย์ ครูชาติพันธุ์ คนแรกของ มศว

 “สิ่งที่เรามี เราต้องแบ่งปัน ยิ่งให้ เรายิ่งได้รับกลับมาเยอะ” นี่คือคำกล่าวของ “ชิ” สุวิชาน พัฒนาไพรวัลย์ วันนี้เขามีบทบาทใหม่ จากนักดนตรีปกาเกอะญอแห่งตำบลป่าสนวัดจันทร์ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิภูมิปัญญาชาติพันธุ์ สภารักษ์ต้นน้ำแม่แจ่ม ร้องเพลงปกาเกอะญอ และเล่นเตหน่ากู พิณของปกาเกอะญอ ดังก้องกังวานในชุมชนบนยอดดอยและในเมืองที่ต่างๆ ไกลไปถึงแดนดินถิ่นที่ต่างประเทศ ด้วยบทเพลงและเครื่องดนตรีที่มีเอกลักษณ์สะท้อนตัวตนชนเผ่าปกาเกอะญอของเขาโดยแท้       

       “ผมเป็นคนปกาเกอะญอ เป็นลูกชายคนเล็กของครอบครัวที่มีชื่อว่า ชิ แปลว่า ตัวเล็ก และเติบโตมาในชุมชนเล็กๆ ที่ขุนน้ำแจ่ม ผมได้โควตาเรียนสาขาไฟฟ้ากำลังที่วิทยาลัยเทคนิคเชียงใหม่ ทั้งที่หมู่บ้านของผมยังไม่มีไฟฟ้า ผมไม่ชอบแต่พ่อผมชอบ บอกว่า จะทำให้ผมมีอาชีพที่ดี มั่นคง เป็นวิศวกรได้ ผมรู้สึกไม่มีความสุข ถ้าเราทำอะไรที่ฝืนใจ มันจะออกมาไม่ดีและไม่มีความสุข”

       ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจเรียนสาขาวิชาการพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ จนจบปริญญาตรี และจบปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กับผลงานวิทยานิพนธ์เรื่อง การดำรงความเป็นชุมชนปกาเกอะญอ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงในมิติ ทรัพยากรธรรมชาติ เศรษฐกิจ และความสัมพันธ์ทางสังคม ไม่เพียงแต่ อาจารย์ชิ จะภาคภูมิใจและสำนึกในความเป็นชนเผ่าพื้นเมือง ความเป็นชาติพันธุ์ของตนเอง และพยายามแสดงให้สังคมเห็นถึงคุณค่าแห่งวิถีชีวิตในวัฒนธรรมชนเผ่าที่เขาเชื่อว่า จะนำมาสู่การเรียนรู้และการแสวงหาคำตอบที่ควรต้องมีความสมดุลและเกื้อกูลต่อกัน

      ด้วยทัศนะมุ่งมั่น อยากให้ชุมชนเห็นถึงศักยภาพที่สามารถพึ่งตนเองได้ พร้อมเรียกร้องให้เกิดการหวงแหนรักษาป่าชุมชน สิ่งแวดล้อมในธรรมชาติ ไม่เพียงแต่ชนเผ่าปกาเกอะญอของเขาเอง อาจารย์ชิ มองว่า ธรรมชาตินั้นถ้าเราใช้ เราก็ต้องรักษาให้สมดุล ระหว่างคนกับธรรมชาติ ธรรมชาติกับชุมชน ชุมชนกับสังคมทั้งสังคมภายในและสังคมภายนอก ทั้งที่บ้าน ในป่า ในสังคมเมือง และในสังคมชนบท

 “อาจารย์อำนาจ เย็นสบาย (คณบดีวิทยาลัยโพธิวิชชาลัย มศว) ที่มองเห็นผม ทำให้ได้มีโอกาสมาเป็นอาจารย์ บอกว่า ผมคิดสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ดี ผมก็ว่าน่าจะเป็นการดีกว่า ถ้าผมจะเหนื่อยน้อยลงเมื่อเปรียบเทียบกับชีวิตก่อนหน้าที่จะมาเป็นอาจารย์ ผมทำงานหนัก เหนื่อยมากกับการเรียกร้องต่อสู้ให้สังคมทั้งภายในและภายนอกชุมชนของผมเห็นถึงคุณค่าของวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชนเผ่าปกาเกอะญอของพวกเขาเอง ไม่ใช่แค่นั้นผมยังเลยข้ามไปถึงความแตกต่างทางชาติพันธุ์ที่อาจจะมีมากกว่า 35 ชาติพันธุ์ด้วยซ้ำ เราจึงเรียกรวมกันว่า “ชนเผ่าพื้นเมือง”

        “ผมคิดว่า การต่อสู้เรียกร้องในสิ่งที่เป็นนามธรรมมากๆ อย่างนี้สำหรับคนในชุมชนเดียวด้วยกันเอง คนที่เป็นปกาเกอะญอเหมือนผมด้วยกันเองนั้นก็ว่าเหนื่อยหนักใจมากแล้ว เพราะเดี๋ยวนี้สังคมใหม่ สิ่งใหม่ๆ กำลังจะกลืนกินเอาความเป็นวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของพวกเราไปจนที่สุดเราอาจจะไม่เหลือความภาคภูมิใจอะไรเอาไว้ให้ถึงคนรุ่นหลัง คนเราต้องมีศักดิ์ศรีและความเชื่อมั่นที่ดีอะไรบางอย่างในตัวตน ในชาติพันธุ์กำเนิดของเรา ยังไม่รวมถึงการเรียกร้องให้สังคมภายนอก โลกภายนอกยอมรับความแตกต่างทางชาติพันธุ์ พื้นที่ที่วิทยาลัยโพธิวิชชาลัยแม่สอด ตั้งอยู่นั้นก็น่าท้าทาย และน่าสนใจมาก เพราะเป็นพื้นที่ชายแดนที่เชื่อมต่อกับดินแดนที่มีความแตกต่างทางชาติพันธุ์อย่างหลากหลาย”

 อาจารย์ชิ เล่าต่อว่า ตนมีลูกศิษย์คนหนึ่งเป็นอิสลาม และมีความอยากจะเรียนที่นี่มากๆ มีทั้งพม่า จีน ไทย และส่วนใหญ่ก็แน่นอนว่านิสิตเหล่านั้นเป็นคนปะกาเกอะญอเหมือนกัน เพราะฉะนั้นเมล็ดพันธุ์ที่กำลังจะเจริญเติบโตเป็นกล้าพันธุ์เหล่านี้ ควรจะต้องโตได้อย่างแข็งแรง

ถึงแม้ว่าผมจะเหนื่อยที่ต้องตระเวนการพูดคุยเวทีแล้วเวทีเล่าเล่นเตหน่ากู และร้องเพลงด้วยภาษาเฉพาะของผมตามชุมชนบนดอย ในเมือง นี่คือ สิ่งที่ทำให้ผมคิดว่าการเป็นอาจารย์ของผมในวันนี้ จะทำให้ผมได้มีโอกาสได้พื้นที่ในการแลกเปลี่ยน ถ่ายทอดสิ่งที่ผมคิดไปสู่คนรุ่นใหม่ที่เป็นความหวังของการสร้างสรรค์สังคมไทย รวมไปถึงการหล่อเลี้ยงปัญญาของพวกเขาให้ดี ซึ่งระบบการศึกษาก็ต้องเลี้ยงเขา ต้องสร้างให้เขามั่นใจว่าเขาจะกลับไปใช้ชีวิตในชุมชนได้ เข้าใจว่า ป่าชุมชนคืออะไร เข้าใจว่า คนต้องอยู่กับป่า และอยู่อย่างไรให้ยั่งยืน และจะช่วยให้เราลดความเหลื่อมล้ำในสังคม โดยเฉพาะในพื้นที่ที่โพธิวิชชาลัยแม่สอด และผลที่ตามมา ก็คือ การยอมรับในความแตกต่าง เคารพ และเรียนรู้ความแตกต่างของกันและกัน ผมชอบที่มีคำพูดว่า เราควรสงวนจุดต่าง-แสวงหาจุดร่วม” อาจารย์ชิ เอ่ยทิ้งท้าย

ตัวตน ความคิด และความเป็นชาติพันธุ์ของอาจารย์ชิ และมนุษยชาติคนอื่นๆ ในโลกนี้ หลายต่อหลายคนได้ก้าวข้ามพรมแดนขีดจำกัดทางการศึกษา การเรียนรู้ พร้อมทั้งขยายผล เปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยน และสานสร้างความเข้าใจอันดีต่อกันของคนในสังคม คนกับธรรมชาติ น้อมนำไปสู่ความสันติสุขในสังคม

 

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก : www.manager.co.th/Qol/ViewNews.aspx?NewsID=9550000044328

Tag


องค์กรที่ร่วมขับเคลื่อน ดูทั้งหมด

  • คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย
    มูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิง
    ศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน
    สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)
    มูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบท
    มูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา
  • SIRNet
    สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    เครือข่ายผู้หญิงเพื่อความก้าวหน้าและสันติภาพ
    มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย
    มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย
    มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ(มพน.)
  • สมาคมพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงาน
    สมาคมคลังปัญญาอาวุโสแห่งประเทศไทย
    มูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุ
    สหพันธ์ชมรมผู้สูงอายุกรุงเทพมหานคร
    มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.)
    มูลนิธิเพื่อนหญิง
  • มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล
    มูลนิธิผู้หญิง
    สมาคมครอบครัวศึกษาแห่งประเทศไทย
    สมาคมเพื่อคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทย
    สมาคม คน พิการ แห่ง ประเทศไทย
    สมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย
  • สภาคนพิการทุกประเภท
    สถาบันสร้างเสริมสุขภาพคนพิการ
    มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย
    สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย
    มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ
    HDF
  • มูลนิธิดวงประทีป
    มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก
    มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก
    มูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก
    YPDC Thailand
    มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก
  • มูลนิธิเพื่อเด็กพิการ
    มูลนิธิเด็ก
    คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.)
    สำนักงานประสานการพัฒนาสังคมสุขภาวะ
    มูลนิธิสุขภาพไทย
    มูลนิธิกองทุนไทย
  • มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม(มอส.)
    มูลนิธิเครือข่ายครอบครัว
    เครือข่ายรณรงค์หยุดพนัน
Create by taie