กองทุนภาคประชาสังคม

ลำน้ำห้วยผาก…สายธารการจัดการ สานต่อวัยใสใส่ใจชุมชน

ลำน้ำห้วยผากเป็นพื้นที่ต้นน้ำส่วนหนึ่งของลุ่มน้ำแม่กลอง ไหลไปบรรจบกับลำน้ำแควน้อย และลงสู่ลุ่มน้ำแม่กลองที่จังหวัดกาญจนบุรี มีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่สำคัญของจังหวัดราชบุรี คือน้ำตกเก้าชั้นหรือน้ำตกเก้าโจน  และธารน้ำร้อนบ่อคลึง อยู่ห่างจากอำเภอสวนผึ้งประมาณ  15 ก.ม. ในช่วงปี 2480 มีชาวเนเธอร์แลนด์เข้ามาบุกเบิกทำเหมืองแร่ในพื้นที่ ทำให้มีคนงานอพยพย้ายถิ่นเข้ามารับจ้างในเหมืองแร่ ทั้งคนไทยจากทั่วประเทศ กะเหรี่ยง พม่า และมอญ ต่อมาการทำเหมืองแร่ได้ยุติลงเนื่องจากไม่คุ้มค่ากับการลงทุนทำให้ปัจจุบันชุมชนห้วยผาก ส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้าง เนื่องจากไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเองและมีคนต่างถิ่นเข้ามาประกอบธุรกิจบ้านพัก รีสอร์ทและทำสวนเกษตรขนาดใหญ่ ต่อมาในช่วงยุคขยายตัวของการท่องเที่ยวในปี 2535 ซึ่งเป็นช่วงที่การท่องเที่ยวภายในเขตอำเภอสวนผึ้งได้รับความสนใจจากคนภายนอก เริ่มมีการสร้างบ้านพักหรือรีสอร์ทในลุ่มน้ำห้วยผากมีการซื้อขายที่ดินเกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง จนเกิดรีสอร์ทจำนวนมากในปี 2553

 

ลำน้ำห้วยผาก...น้ำคือชีวิตของคนในชุมชน

ชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชน ล้วนต้องพึ่งพาความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ ทั้งในด้านการใช้น้ำเพื่อการเกษตร น้ำกินน้ำใช้ในครัวเรือน การเก็บหาของป่า รวมทั้งการพึ่งพาธรรมชาติเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว แต่ในปัจจุบันพื้นที่ป่าธรรมชาติ และความอุดมสมบูรณ์ของพรรณไม้และสัตว์ป่าในลำน้ำห้วยผากลดลงอย่างมาก เนื่องจากการทำเหมืองแร่ในอดีตเป็นเวลานานหลายสิบปี นอกจากจะทำให้ความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้และสัตว์ลดลงแล้วยังทำให้ลำห้วยตื้นเขินเนื่องจากการทับถมของตะกอนทรายอีกด้วย ส่งผลให้ความสามารถในการเก็บรักษาน้ำและความชุ่มชื้นในลำห้วยลดลง เกิดปรากฏการณ์น้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมอย่างรวดเร็วในฤดูฝน และขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง ในปัจจุบันพื้นที่ป่าธรรมชาติยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินในลำน้ำห้วยผากยังคงเกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะการทำสวนเกษตรขนาดใหญ่ และการสร้างบ้านพัก และรีสอร์ท  ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้น  ในขณะที่ปริมาณน้ำในลำห้วยก็ลดลงอย่างมากในหน้าแล้ง  จึงเกิดปัญหาน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้ใช้น้ำรายย่อยทั้งน้ำเพื่อการเกษตร และน้ำใช้ในครัวเรือนจึงเริ่มก่อตัวขึ้นตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา

 

หารือทุกภาคส่วนเพื่อการจัดการน้ำร่วมกัน

นางพรทิพย์ สำเภา และแกนนำชุมชนแห่งบ้านห้วยผาก จึงลุกขึ้นมาพูดคุยเพื่อสร้างความเข้าใจ เก็บรวบรวมข้อมูลสภาพพื้นที่การใช้ประโยชน์จากพื้นที่ จากการสำรวจพื้นที่ป่าและลำน้ำ พบว่ามีการต่อท่อน้ำบนต้นน้ำไปใช้ทำประปาหมู่บ้าน น้ำตกเก้าชั้น รีสอร์ท และหลายหน่วยงาน ทำให้ไม่มีน้ำไหลลงสู่น้ำตกเก้าชั้น มีการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน และรุกล้ำทางน้ำสาธารณะมากขึ้น ปริมาณน้ำเท่าเดิมหรือลดลงขณะที่มีปริมาณการใช้น้ำเพิ่มขึ้น จนเกิดปัญหาคุณภาพน้ำจากน้ำทิ้งของสถานประกอบการและจากชุมชน ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนจึงได้พูดคุยเพื่อค้นหาแนวทางในการจัดการลำน้ำห้วยผากให้มีปริมาณน้ำในการอุปโภคบริโภคอย่างเพียงพอโดยมีข้อเสนอแนะให้ปลูกป่า เน้นต้นไม้ในท้องถิ่นที่คนและสัตว์กินได้ ให้ความร่มรื่น เช่น มะไฟป่า ต้นผึ้ง มะม่วงป่า กล้วยป่าเป็นต้น การดูแลเรื่องไฟป่าของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกับชาวบ้าน การทำฝายชะลอความชื้นในต้นน้ำและมีการสร้างฝายชะลอน้ำบริเวณน้ำตกชั้นล่าง การจัดระบบประปาเป็นระบบเดียวกันและมีเก็บค่าน้ำในอัตราก้าวหน้ากรณีการต่อท่อน้ำบริเวณต้นน้ำ ขอให้ทางอำเภอสวนผึ้งเป็นหน่วยงานกลางประสานการพูดคุยเพื่อหาทางออกร่วมกันมีการจัดตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนการจัดการน้ำในระดับอำเภอ โดยผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนมีบทบาทในการเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลลำน้ำห้วยผากและกลุ่มร้านค้าน้ำตกเก้าชั้นประสานความร่วมมือกับ อบต.ในการจัดการน้ำตกร่วมกัน

 

สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อการจัดการน้ำในชุมชน

DSCF4880ป้าทิพย์ของเด็กๆ ในชุมชน  สะท้อนว่า จากจุดเริ่มต้นในการค้นหาแนวทางร่วมกันในปี 2554 ทำให้เราได้เข้าไปทำงานร่วมกันกับคนอื่น มีพลังบางอย่างผลักดันให้เราทำต่อไปได้ ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการจัดการลำน้ำห้วยผาก ทำให้เราสามารถสานงานต่อมาจนปัจจุบัน ตอนนั้นกลุ่มแม่ค้าเข้ามามีส่วนร่วม เนื่องจากแกนนำเป็นร้านค้าในน้ำตก เกิดกลุ่มกรรมการหลักในการช่วยขับเคลื่อนงานอย่างจริงจังร่วมกับ อบต. ทีมชาวบ้าน แกนนำร้านค้า มีการจัดตั้งกฎระเบียบและ กรรมการรับผิดชอบแต่ละฝ่าย ตนเองได้รับมอบหมายให้ดูแลคนทำงานในน้ำตก ซึ่งเด็กและเยาวชนก็เข้ามาทำงานร่วมด้วย มีการจัดการน้ำตกร่วมกัน และกำหนดรูปแบบการจัดสรรรายได้ของน้ำตก / การจัดการงบประมาณ แบ่งออกเป็น 5 กองร่วมกับ อบต.โดยมีการนำเงินคงคลังไว้ใช้ในกิจการน้ำตกเฉพาะร้อยละ 25 ค่าใช้จ่ายในหมู่บ้านร้อยละ 40 แบ่งเป็นสวัสดิการชุมชนและพัฒนาหมู่บ้าน การบริหารจัดการของคณะทำงาน ส่งเข้ากองทุนสาธารณะให้กับ อบต. ร้อยละ20สำหรับส่วนของค่าใช้จ่ายในหมู่บ้านร้อยละ 40 มีการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลทั้ง 2 กองทุน มีการเบิกจ่ายอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ ชาวบ้านจะเห็นว่าเป็นผลประโยชน์จริงๆ ทั้งสวัสดิการช่วยเหลือเมื่อยามเสียชีวิต ทุนการศึกษา ช่วยเหลือผู้พิการ และผู้คนชรา (ไม่ได้รับการช่วยเหลือจากรัฐ) และนำไปสู่การจ้างงานในชุมชนจากการจัดการเป็นฝ่ายๆ โดยเน้นคนในชุมชนเป็นผู้ทำงาน ทั้งเรื่องการรักษาความสะอาด และการดูแลความปลอดภัย

 

การต่อยอดสู่กิจกรรมพัฒนาเด็กและเยาวชน

เมื่อมีโอกาสได้ดูแลเด็กและเยาวชน ก็ทำให้คิดต่อว่า จะทำอย่างไรให้เด็กไม่ไปรวมตัวกันมั่วสุมและไม่ตีกัน  และทำให้เด็กในหมู่บ้านมีพื้นที่ในการทำกิจกรรม  จึงชักชวนเด็กให้เข้ามาขายบัตรค่าธรรมเนียมจอดรถเข้าน้ำตก ทำให้เด็กมีการพูดคุยร่วมกันทุกวันศุกร์เพื่อปรับปรุงให้เด็กมีความรับผิดชอบ ทำงานเป็น ได้เรียนรู้การทำงานกับเด็กและเยาวชนอย่าง งานวิจัยอย่างมีส่วนร่วมเป็นอีกช่องทางหนึ่งทำให้เราได้พัฒนาตนเอง พัฒนาเด็กและเยาวชน วันนี้ได้ข้อค้นพบสำคัญที่ว่า การทำงานร่วมกับเด็กและเยาวชนที่ผ่านมา หากเราจะสร้างการเรียนรู้ให้กับเด็ก เราจะต้อง 1) มีการให้โอกาสเด็ก จากเดิมที่ตีตราเปลี่ยนเป็นการรับฟังและสร้างความเข้าใจ 2) มีการให้โอกาสเด็กได้แก้ตัวร่วมกับการพูดคุยเพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และ 3) การปรับเปลี่ยนตนเองจากภายในเพื่อเข้าหาเด็กได้อย่างใกล้ชิด ผลที่เกิดขึ้นจากการปรับเปลี่ยนแนวคิดของตนเอง ทำให้เด็กและเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลน้ำตกอย่างจริงจัง ไม่ทิ้งขยะ เนื่องจากมีบทบาทการจัดการขยะในน้ำตกและมีส่วนช่วยในการทำฝายเพื่อชะลอน้ำในน้ำตกตลอดมา เกิดกติกาในการดูแลเด็กและเยาวชนระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้องได้เป็นอย่างดี ลดความขัดแย้งและการทะเลาะวิวาทในกลุ่มเด็กและเยาวชนในชุมชน เปลี่ยนจากการใช้ความรุนแรงมาเป็นการพูดคุยเด็กและเยาวชนได้รับการพัฒนาศักยภาพผ่านการลงมือทำงาน เรียนรู้ประสบการณ์จริงและนำไปปรับใช้กับตนเอง ตลอดจนเกิดเป็นพลังสำคัญในการสานต่อการทำงานในลำน้ำห้วยผากรุ่นต่อไป        

Tag


องค์กรที่ร่วมขับเคลื่อน ดูทั้งหมด

  • คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย
    มูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิง
    ศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน
    สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)
    มูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบท
    มูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา
  • SIRNet
    สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    เครือข่ายผู้หญิงเพื่อความก้าวหน้าและสันติภาพ
    มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย
    มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย
    มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ(มพน.)
  • สมาคมพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงาน
    สมาคมคลังปัญญาอาวุโสแห่งประเทศไทย
    มูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุ
    สหพันธ์ชมรมผู้สูงอายุกรุงเทพมหานคร
    มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.)
    มูลนิธิเพื่อนหญิง
  • มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล
    มูลนิธิผู้หญิง
    สมาคมครอบครัวศึกษาแห่งประเทศไทย
    สมาคมเพื่อคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทย
    สมาคม คน พิการ แห่ง ประเทศไทย
    สมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย
  • สภาคนพิการทุกประเภท
    สถาบันสร้างเสริมสุขภาพคนพิการ
    มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย
    สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย
    มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ
    HDF
  • มูลนิธิดวงประทีป
    มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก
    มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก
    มูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก
    YPDC Thailand
    มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก
  • มูลนิธิเพื่อเด็กพิการ
    มูลนิธิเด็ก
    คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.)
    สำนักงานประสานการพัฒนาสังคมสุขภาวะ
    มูลนิธิสุขภาพไทย
    มูลนิธิกองทุนไทย
  • มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม(มอส.)
    มูลนิธิเครือข่ายครอบครัว
    เครือข่ายรณรงค์หยุดพนัน
Create by taie