กองทุนภาคประชาสังคม

ออมบุญออมทุน…ราษฎร์รัฐสวัสดิการชุมชนตำบลบางแค

ชุมชนตำบลบางแค อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ส่วนใหญ่มีอาชีพทำสวนมะพร้าว ส้มโอ และลิ้นจี่ มีวัดเป็นศูนย์รวมจิตใจทั้งวัดบางแคกลาง วัดปรกสุธรรมมาราม และวัดสาธุชนาราม ที่ประชาชนในพื้นที่และพื้นที่อื่นๆ ให้ความนับถือเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีความร่ำรวยทางวัฒนธรรมและเพณีสำคัญต่างๆ มากมาย เช่น การทำบุญสลากภัต การแข่งขันว่าวจุฬา เป็นต้น และคนในชุมชนยังมีความร่วมมือกันพัฒนาชุมชนอย่างต่อเนื่องเสมอมาทั้งแกนนำชุมชน ชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่นเดียวกับการก่อตั้งกองทุนสวัสดิการภาคประชาชนตำบลบางแค เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ.2550 ที่ได้รับการสนับสนุนจาก อบต.บางแค โดยมีคุณสมศักดิ์ แย้มปิ๋ว นายก อบต.บางแค เป็นประธานกองทุน เพื่อสร้างสวัสดิการให้แก่คนในตำบลในเรื่องเกิด เจ็บ ตาย คนในชุมชนได้ช่วยเหลือพึ่งพากันและมีการบริหารจัดการโดยชุมชน  มีการนำระเบียบและข้อบังคับตามแนวทางของพระอาจารย์สุบิน ปณีโต วัดไผ่ล้อม จังหวัดตราด มาปรับใช้ให้เข้ากับสถานะกองทุนและดำเนินการทุกวันที่ 3 ของเดือน สมาชิกเริ่มแรกมีทั้งหมด 647 คน ประกอบด้วย ชาวบ้าน เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาสจากจำนวน 7 หมู่บ้านในตำบลบางแค

การดำเนินงานของกองทุนสวัสดิการภาคประชาชนตำบลบางแค

การดำเนินงานที่ผ่านมาของกองทุนสวัสดิการภาคประชาชนตำบลบางแคพบว่า ชาวบ้านยังไม่เข้าใจในเรื่องสวัสดิการอย่างแท้จริง มุ่งแต่เรื่องการรับเงินสวัสดิการเป็นหลักและยังขาดการมีส่วนร่วมกับกองทุน ด้วยสมาชิกส่วนใหญ่ของกองทุนเป็นผู้สูงอายุ และไม่สามารถส่งเงินได้ตามกำหนดเวลาในแต่ละเดือน ทำให้กรรมการรับภาระส่งแทนเพื่อไม่ให้ขาดจากการเป็นสมาชิก แสดงให้เห็นถึงความไม่รับผิดชอบและความไม่เข้าใจของสมาชิกต่อกองทุนสวัสดิการ และในอนาคตจะส่งผลให้กองทุนฯ ขาดระบบในการบริหารจัดการ หากไม่พูดคุยและสร้างกระบวนการเพื่อให้เกิดความเข้าใจร่วมกันอย่างเป็นระบบก็จะส่งผลกระทบกับชุมชนในเรื่องการทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย ชุมชนจะเกิดความขัดแย้งและกลุ่มกองทุนก็จะล้มลงได้ คุณมนตรี อิ่มอาดูร และคณะ ซึ่งเป็นแกนนำชุมชนจึงอาสาเข้ามาช่วยสร้างความเข้มแข็งของกองทุนสวัสดิการภาคประชาชนตำบลบางแคร่วมกับชุมชนผ่านกระบวนการทำงานอย่างมีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วน โดยการเปิดเวทีพูดคุยแนวคิดและกระบวนการดำเนินงานร่วมกับสมาชิกกองทุน สร้างความเข้าใจต่อคณะกรรมการ และจัดระบบการเงิน – บัญชีที่โปร่งใสตรวจสอบได้ ทำให้คนในชุมชนเห็นความสำคัญและเข้าร่วมเป็นสมาชิกเพิ่มขึ้น มีการเก็บรวบรวม วิเคราะห์ และสรุปข้อมูลกองทุน เพื่อนำไปตัดสินใจปรับระเบียบของกองทุนให้เกิดการบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา

 

การหาสมาชิกของกองทุนและพัฒนาศักยภาพทีมงาน

จากการเก็บรวบรวมข้อมูลในช่วงปี 2554 – 2556 พบว่า แม้กองทุนจะมีรายรับจะเพิ่มขึ้นตามลำดับ แต่รายจ่ายก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะรายจ่ายจากการจัดสวัสดิการเสียชีวิต เนื่องจากสมาชิกกองทุนส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุ และจากการรักษาพยาบาลที่นับวันจะมีแนวโน้มสูงขึ้นจากโรคภัยต่างๆ ร่วมด้วย มีการนำข้อมูลช่วงอายุของสมาชิกที่เก็บรวบรวมได้มาสรุปวิเคราะห์ พบว่า จำนวนสมาชิกผู้สูงอายุมีมากถึงร้อยละ 36.63 เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนสมาชิกในวัยทำงาน ร้อยละ 45.28 วัยรุ่น อายุ 13 – 22 ปี ร้อยละ 10.81 และวัยเด็ก – 12 ปี ร้อยละ 7.28 มาปรับสู่การจัดสวัสดิการโดยกระตุ้นการจัดสวัสดิการในกลุ่มเด็กและวัยรุ่นเพิ่มขึ้น เนื่องจากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีผู้สูงอายุเสียชีวิตเพิ่มขึ้น ทำให้สวัสดิการด้านการเสียชีวิตสูงขึ้น และจำนวนสมาชิกในกลุ่มเด็กและเยาวชนยังน้อยอยู่ มีการปรับการบริหารจัดการให้มีการประชุมคณะกรรมการและสมาชิก ทุก 3  เดือน หรือมากกว่านั้น รวมทั้งนำเสนอผลการดำเนินงานของกองทุนสวัสดิการให้สมาชิกทั้งเก่าและใหม่รับทราบ ให้ทุนการศึกษาแก่เยาวชนที่เป็นสมาชิกกองทุนเพื่อสร้างแรงจูงใจให้เยาวชนสมัครเข้ามาเป็นสมาชิก มีการสร้างกระบวนการเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วมให้กับทีมงานและขยายผลไปยังทีมงานรุ่นที่จะสืบทอดต่อไป เช่น การศึกษาดูงาน การฝึกอบรมทักษะการจัดทำบัญชี การเก็บรวบรวมข้อมูล กระบวนกรนำพูดคุยในเวที เป็นต้น ควบคู่กับการจัดอบรมอาชีพให้กับสมาชิกที่ว่างงาน ผู้พิการ จะได้ประกอบอาชีพและสร้างรายได้ รวมทั้งมีการจัดทำป้ายประชาสัมพันธ์ในเรื่องของรายละเอียด รายรับ – รายจ่ายของกองทุน ติดในที่สาธารณะที่สามารถมองเห็น และมีการติดประกาศทุกเดือน หรือ 3 เดือน/ครั้ง เพิ่มช่องทางประชาสัมพันธ์ให้มากกว่าเดิม ได้แก่ การประชาสัมพันธ์กิจกรรมของทุนและระเบียบของกองทุนทางเสียงไร้สายของ อบต.บางแค แผ่นพับ ใบปลิว เป็นต้น เพื่อให้สมาชิกรับทราบผลการดำเนินงาน ระบบโปร่งใส และตรวจสอบได้

 

ความมั่นคงของกองทุนกับการจัดสวัสดิการในชุมชน

การพัฒนากองทุนควบคู่กับการจัดทำข้อมูล ส่งผลให้ได้รับเงินสมทบจากจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) จำนวน 55,000 บาทในปี 2551 เมื่อเริ่มก่อตั้งกลุ่ม และได้รับเงินสมทบจากรัฐบาลต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2553 มากกว่า 1,000,000 บาท มีการเขียนแผนปฏิบัติการเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในบริหารจัดการกองทุนสวัสดิการภาคประชาชนตำบลบางแคเข้าสู่แผนพัฒนา 3 ปี ของ อบต.บางแค ในยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านเศรษฐกิจยั่งยืน เพื่อสนับสนุนให้คนในชุมชนมีสวัสดิการที่ดีช่วยเหลือซึ่งกันและกัน งบประมาณ 50,000 บาท / ปี ในการบริหารจัดการตั้งแต่ปี 2555 มีการเปิดโอกาสให้มีชาวบ้านเข้ามาเป็นคณะกรรมการกองทุนเพิ่มขึ้น จากเดิมเป็นสมาชิก อบต. อย่างเดียว ก็ปรับเป็นผู้ใหญ่บ้าน 4 คน ชาวบ้าน 3 คน เด็กและเยาวชน 2 คน ทำให้ปัจจุบันมีสมาชิกมากกว่า 1,510 คน มีเงินออมกว่า 2,838,680 บาท มีการจัดสวัสดิการการศึกษาเพิ่มเติมให้กับเยาวชน โดยการเข้าร่วมเป็นสมาชิกครบ 2 ปี รับทุนการศึกษา 200 บาท ทำให้มีสมาชิกกลุ่มเด็กและเยาวชนเพิ่มขึ้น ชาวบ้านให้ความไว้วางใจจากการพูดคุยสร้างความเข้าใจอย่างต่อเนื่องของคณะกรรมการและมีการทำงานจริงจัง มีการชักชวนชาวบ้านที่ไม่เข้าใจมาร่วมเป็นคณะกรรมการ เพื่อสร้างความเข้าใจและเรียนรู้การทำงาน คณะกรรมการชุดเก่าที่มีประสบการณ์ช่วยหาแนวร่วมใหม่ให้เข้ามาเป็นสมาชิก และช่วยสร้างความเข้าใจให้กับคณะกรรมการชุดใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการจัดระเบียบของกองทุนเป็นครั้งที่ 5 เพื่อจัดสวัสดิการให้สอดคล้องกับสมาชิก แม้ว่ารูปแบบการออมเงินจะต้องลงไปช่วยเก็บเงินที่บ้านจากการที่มีสมาชิกเป็นผู้สูงอายุเหมือนเดิมก็ตาม แต่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี มีการจ่ายเงินตรงเวลา ไม่ติดค้าง

 

กองทุนสวัสดิการภาคประชาชน ออมบุญมากกว่าการออมทุน

คำอธิบาย: https://fbcdn-sphotos-h-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash4/1053094_515320725190410_118726040_o.jpgวันนี้ชาวบ้านในตำบลบางแคจึงยิ้มได้อย่างมีความสุขและเข้าใจแล้วว่า “กองทุนสวัสดิการภาคประชาชนตำบลบางแคเป็นการออมบุญมากกว่าการออมทุน เพราะทำให้คนในชุมชนได้รับสวัสดิการครอบคลุมตั้งแต่เกิด แก่ เจ็บป่วย และเสียชีวิต ช่วยปรับมุมมองในการช่วยเหลือกันของคนในชุมชน และช่วยสร้างความมั่นใจให้สมาชิกกองทุนจากการทำงานอย่างมีระบบ เกิดการบริหารจัดการอย่างมีส่วนร่วม และได้รับงบประมาณสนับสนุนการดำเนินงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง นับว่าเป็นอีกชุมชนหนึ่งที่มีความน่าสนใจที่คนในชุมชนยังมีน้ำใจที่ดีต่อกันแม้ว่าวันเวลาและความเปลี่ยนแปลงจะถาโถมเข้ามาอย่างรุนแรง แต่ก็ไม่สามารถทำให้ชุมชนเข้มแข็งลดน้อยลง

 

Tag


องค์กรที่ร่วมขับเคลื่อน ดูทั้งหมด

  • คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย
    มูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิง
    ศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน
    สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)
    มูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบท
    มูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา
  • SIRNet
    สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    เครือข่ายผู้หญิงเพื่อความก้าวหน้าและสันติภาพ
    มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย
    มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย
    มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ(มพน.)
  • สมาคมพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงาน
    สมาคมคลังปัญญาอาวุโสแห่งประเทศไทย
    มูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุ
    สหพันธ์ชมรมผู้สูงอายุกรุงเทพมหานคร
    มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.)
    มูลนิธิเพื่อนหญิง
  • มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล
    มูลนิธิผู้หญิง
    สมาคมครอบครัวศึกษาแห่งประเทศไทย
    สมาคมเพื่อคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทย
    สมาคม คน พิการ แห่ง ประเทศไทย
    สมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย
  • สภาคนพิการทุกประเภท
    สถาบันสร้างเสริมสุขภาพคนพิการ
    มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย
    สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย
    มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ
    HDF
  • มูลนิธิดวงประทีป
    มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก
    มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก
    มูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก
    YPDC Thailand
    มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก
  • มูลนิธิเพื่อเด็กพิการ
    มูลนิธิเด็ก
    คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.)
    สำนักงานประสานการพัฒนาสังคมสุขภาวะ
    มูลนิธิสุขภาพไทย
    มูลนิธิกองทุนไทย
  • มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม(มอส.)
    มูลนิธิเครือข่ายครอบครัว
    เครือข่ายรณรงค์หยุดพนัน
Create by taie