กองทุนภาคประชาสังคม

โลกของสารคดี ในยุค 4.0

      ปฎิเสธไม่ได้ว่าในยุคสังคม 4.0  เทคโนโลยีมีส่วนในการร่วมพัฒนาชาติบ้านเมือง รวมทั้งกลายเป็นตัวชี้วัดความเจริญก้าวหน้า นับตั้งแต่

ยุคแรกเริ่มมีโทรภาพ มาจนยุคทีวีดิจิทัลของรัฐบาลทหาร สื่อที่อยู่คู่บ้านเมืองเรามาอย่างยาวนานคือ ภาพยนตร์ ไม่ว่าจะเป็นจอแก้วหรือจอเงิน

สังคมไทยก็หนีไม่พ้นต้องดูภาพยนตร์กันทุกบ้าน ว่ากันว่าภาพยนตร์มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนเเปลงของแฟชั่นวัฒนธรรม  และที่สำคัญคือมีส่วน

ในการชักนำให้สังคมเป็นไปในทางที่ดีขึ้นหรือแย่ลง คงมีไม่กี่คนในประเทศกำลังพัฒนาอย่างไทยแลนด์ในยุค 4.0 ที่สนใจในการจัดหา / ฉาย

/ และสร้างกลุ่มคนติดตามหนังสารคดีอย่างจริงจังแน่นอนหนึ่งในนั้นคงหนีไม่พ้น ผู้หญิงที่ชื่อ "ธิดา ผลิตผลการพิมพ์" ผู้เป็นทั้งบรรณาธิการ

นิตยาสาร และเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้ง Documentary Clubในเมืองไทย วันนี้ Thaicivilsociety ชวนทุกคนมารู้จักกลุ่มคนเหล่านี้ โดยเฉพาะเธอ

"ธิดา ผลิตผลการพิมพ์"

 

 

Documentary Club คืออะไร ทำอะไรกันอยู่ ?

    หน้าที่ของเราคือ การทำให้คนรู้ว่า "หนังสารคดี" มันน่าสนใจ สังคมที่ดีย่อมมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม หนังในบ้านเรามีไม่กี่ลักษณะ

ที่มีพื้นที่ยืนในตลาด ดังนั้นเราจึงทำ   DOC CLUB    ขึ้นมาเพราะเราคิดว่าหนังสารคดีเป็นสาระบันเทิงที่มีประโยชน์ เพื่อเป็นทางเลือกหนึ่ง

แต่อีกแง่หนึ่งโดยธรรมชาติหนังสารคดีไม่ใช่มีหน้าที่ให้ความบันเทิงอย่างเดียว แต่มันมีข้อเท็จจริงมีเเรงบันดาลใจ มีข้อมูลมีเจตนาทางสังคม

บางอย่างซ่อนอยู่ ดังนั้นสิ่งที่ DOC CLUB ทำจึงไม่ใช่แค่ฉายหนังแต่เรายังมีการต่อยอดให้มีการทำงานทางสังคมด้วย  การมีวงพูดคุย

วงวิชาการวงเสวนาในทุก ๆ เรื่องไม่ว่า เศรษฐกิจ สังคม การเมือง วัฒนธรรม แฟชั่น 

 

 

ทำไมคนต้องดูสารคดี ?

จริง ๆ แล้วหนังสารคดีก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยให้คนเปิดโลกทัศน์ มันทำให้เราได้รู้จักมนุษย์ที่อยู่ที่อื่น อยู่ในสังคมอื่นมันเกิดอะไรขึ้นในโลกกว้างนี้

ที่พ้นไปจากสิ่งรอบ ๆ ตัวเรา   แล้วสิ่งเหล่านั้นมันถูกเล่าผ่านความเป็นภาพยนตร์   ก็เลยสื่อสารกับผู้คนในวงกว้างได้ง่ายขึ้น   อย่างสมมติ

ถ้าเราบอกว่าจะพาคุณไปเรียนรู้เรื่องประวัติศาสตร์เรื่องการต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนของคนผิวสีในประเทศสหรัฐอเมริกา ฟังดูยากแต่ถ้าเรา

สื่อสารผ่านหนังมันก็จะง่ายขึ้น สารคดีคือการย่อยโลกใบหนึ่ง ข้อเท็จจริงชุดหนึ่งหรือประวัติศาสตร์ในช่วงเวลาหนึ่ง เรื่องราวของบุคคล

จำนวนหนึ่งที่มีความน่าสนใจและเป็นสากล ซึ่งมีความเกี่ยวโยงกับเราทุกคนในหลาย ๆ มิติ แล้วหนังสารคดีก็ทำหน้าที่ย่อเรื่องพวกนี้ออกมา

ให้มันอยู่ในรูปแบบความบันเทิงที่มีความยาวแค่ชั่วโมงกว่า ๆ เราคิดว่าสิ่งเหล่านี้มีความหมาย เวลาดูหนังสารคดีเราจะรู้สึกว่าโลกทัศน์

มันเปิดกว้างทุกครั้งที่เราดู เเละเราคิดว่าคนในหลาย ๆ สังคม รวมทั้งสังคมไทยเองการที่จะมีโลกทัศน์กว้างขวางเป็นเรื่องสำคัญ

 

หนังประเภทไหนที่ DoC club จะเลือกมาฉายในเมืองไทย

ภายใต้คำว่า "สารคดี" เองก็มีหลายอย่างที่ต้องทลาย ทั้งที่ว่าตัวมันเองน่าเบื่อบ้าง เป็นเรื่องไกลตัวบ้าง มันก็มีหนังจำนวนหนึ่งที่เราอยาก

หยิบมาเพื่อทลายโจทย์พวกนี้ เช่นว่าเป็นหนังที่บันเทิงหน่อย ย่อยง่ายหน่อย ใครจะไปเชื่อว่าเรื่องเเฟชั่น เรื่องน่ารัก ๆ ก็เล่าเป็นสารคดีได้

อันนี้เราอยากทำงานกับคนวงกว้างให้เข้าใจ และทลายกำเเพงพวกนี้ลงทีละนิด กับอีกอย่างที่เราเลือกมาฉายคือหนังที่มีประเด็น มีทั้ง

ความหมายที่จะมาสื่อสารในบ้านเราในวัฒนธรรมเรา มันอาจจะไม่ได้เป็นบริบทสังคม การเมือง ของประเทศไทยหรอก แต่ว่าการได้รู้จัก

โลกอื่นการได้รู้ว่าในโลกนี้มันยังมีสิ่งอื่นที่นอกเหนือไปจากสิ่งที่คุณมองเห็น สัมผัส และเป็นอยู่ทุกวันไม่ว่าจะด้านบวกหรือลบ มันก็เป็น

เรื่องสำคัญ และทุกวันนี้สารคดีมีความสด มีความรวดเร็วต่อสถานการณ์ ดังนั้นสารคดีที่โด่งดังก็นำเสนอเรื่องราวในโลกไม่พ้นเรื่องราว

ภายในสองสามปี การที่เราได้รู้เรื่องราวต่าง ๆ ก็น่าจะเพียงพอ 

 

 

ถ้าอย่างนั้น Doc Club กับสิ่งที่ ธิดา ผลิตผลการพิมพ์ทำเป็นงานพัฒนาสังคมไหม ?

       จริง ๆ เราก็คิดว่ามันเป็นเป้าเร้นอันหนึ่งที่เราหวัง แต่มันไม่ได้มาจากจุดเริ่มต้นทีเดียวนะ มันเห็นจากการได้ลองเริ่มทำงานเเล้ว

เริ่มจากที่เราจัดงานภาพยนตร์สมานฉันท์ จากนั้นเราก็เลยลองทำกิจกรรม เช่น Doc Talk ที่เอาหนังมาฉายแล้วพอจบมาล้อมวงคุยเรื่อง

งานวิชาการกัน  รวมทั้งพี่เองโคตรเชื่อในเรื่องว่าสารคดีจะช่วยเปลี่ยนเเปลงสังคมนี้ได้ โดยเฉพาะบทเรียนจากต่างประเทศนี่มันมีให้เห็น

ว่าหนังสารคดีมีส่วนร่วมในการสร้างการเปลี่ยนเเปลง สิ่งสำคัญที่จะพาหนังสารคดีมาสู่จอมันไม่ใช่เรื่องความบันเทิง มันเป็นเชิงประเด็น

ที่สำคัญหนังประเภทนี้มันไม่ใช่จะดูจบในโรง มันต้องมีการกระตุ้นเร้าให้เกิดการเปลี่ยนเเปลงไม่ทางใดก็ทางหนึ่งอย่างน้อยก็ทัศนะต่อ

บางสิ่งบางอย่างดังนั้น การที่สารคดีช่วยเปิดโลกทัศน์ ช่วยเปลี่ยนทัศนะ มีลักษณะที่เป็นประเด็นในเชิงสังคม เราคิดว่าสารคดีกำลัง

"ทำงาน" ด้านการเปลี่ยนเเปลงแล้ว

 

 

หนังสารคดีสามารถพัฒนาสังคมนี้ได้จริง ? 

     เราเชื่อว่าเป็นเเบบนั้น เพราะโลกนี้มีหนังสารคดีที่ดีในประเภทพลิกโลกเลยมีหลายเรื่อง เพราะภาพยนตร์จัดเป็นสื่อในกระเเส แล้ว

หนังสารคดีที่เกิด impact ให้คนเข้าใจในประเด็นไกลตัว นั่นคือการจุดประกายให้คนคิดเรื่องการพัฒนา ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการ

เปลี่ยนเเปลงเพื่อการพัฒนา ปีที่เเล้วเราฉายเรื่องการจัดการศึกษาในฟินแลนด์ คนก๋็หันมาตั้งคำถามกับการศึกษาบ้านเรากันมาก เราว่า

สิ่งสำคัญที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนเเปลงคือ เมื่อเราเห็นว่าในโลกนี้มีสิ่งที่ดีกว่าทำไมเขาถึงทำได้ ทำไมเราไม่ทำ ? เพราะเราอยู่ในสังคม

ที่เชื่อว่าทุกอย่างมันดีที่สุดแล้ว มันไม่มีทางดีไปกว่านี้ได้ มันไม่มีใครในโลกที่คิดแตกต่างไปกว่านี้นี่จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่หนังสารคดี

ทำให้เห็นว่า "มันดีกว่านี้ได้"

 

Doc Club กระทำการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในบ้านเมืองนี้สำเร็จแล้วไหม ในมุมพี่ธิดา ?

เราไม่เคยคิดว่าพวกเราเป็น Hard power แต่เราเชื่อในความเป็น Soft power เราคิดว่าเรากำลังเรียนรู้และสร้างการเรียนรู้ ดังนั้น

การจะประสบความสำเร็จในมุมเราคือเราได้ทำอย่างต่อเนื่องยั่งยืน เพราะจริง ๆ การทำงานกับสารคดีเองก็มีเรื่องยากในตัวมัน แต่

สิ่งหนึ่งถ้าจะนำไปปรับใช้กับการทำงานขบวนการภาคประชาสังคมง่าย ๆ ก็คือย่อยเรื่องยาก หรือดูเหมือนยากให้ออกมาสื่อสารกับ

คนวงกว้างได้มากที่สุดเท่าที่มันจะทำได้  

 

 

แล้วถ้าคนรุ่นใหม่ไม่ดูสารคดีได้ไหม ?

ได้ มีวิธีเข้าถึงโลกมากมายหลากหลายวิธี แต่สิ่งที่สำคัญคือ ต้องมีโลกทัศน์ที่กว้างขวาง และอย่างที่เราเชื่อ คือคุณจะทำงานเชิงการ

เปลี่ยนเเปลงไม่ได้ ถ้าคุณไม่รู้ว่าในโลกนี้มันมีสิ่งที่ดีกว่าอยู่ตรงไหนมีกลไกกระบวนการ หรือเงื่อนไขอะไรที่ทำให้สังคมนั้นดีได้มากกว่า

แล้วเราจะประยุกต์มันมาพัฒนาสังคมเราอย่างไร คือมันจะเริ่มต้นไม่ได้ถ้าคุณไม่รู้ว่ามันมีสิ่งที่ดีกว่าอยู่ในโลกนี้

 

 

 

คำถามสุดท้ายโตขึ้น Doc Club อยากเป็นเป็นอะไร

จริง ๆ เเล้ว้ราอยากเป็นโรงเรียน  เราอยากเอาหนังกับความรู้มาอยู่ด้วยกัน อยากให้เป็นแหล่งเรียนรู้นอกตำรา นอกมหาวิทยลัยสำหรับ

ใครก็ตามที่อยากเรยนรู้ตั้งแต่ตัวข้อเท็จจริงเนื้อหาสาระ ไปจนถึงงานด้านเทคนิค มันจะไม่ใช่การดูหนังเเต่เป็นพื้นที่เรียนรู้สำหรับคนทำ

สารคดีมีสิ่งหนึ่งที่เราเรียนรู้คือ เราควรจะให้โอกาส ที่สุดแล้วเรากลัวว่าเราจะหลงสถานะ คุณห้ามมาแตะต้องเรา เราเป็นเจ้าแม่ เจ้าพ่อ

วงการ เป็นอุปสรรคในการพัฒนา มันมีสองประเด็น อันเเรกคือเราว่าปัญหาทุกเรื่องมันไม่มีใครควรจะสถาปนาตัวเองเป็นผู้รู้หรือผู้แก้

คุณต้องให้เครื่องมือบางอย่างแล้วสนับสนุนให้ คนในชุมชนในท้องถิ่นที่อยู่กับปัญหานั้นเขาลุกขึ้นมาเเก้ด้วยตัวเอง 

 

Tag


องค์กรที่ร่วมขับเคลื่อน ดูทั้งหมด

  • คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย
    มูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิง
    ศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน
    สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)
    มูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบท
    มูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา
  • SIRNet
    สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    เครือข่ายผู้หญิงเพื่อความก้าวหน้าและสันติภาพ
    มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย
    มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย
    มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ(มพน.)
  • สมาคมพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงาน
    สมาคมคลังปัญญาอาวุโสแห่งประเทศไทย
    มูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุ
    สหพันธ์ชมรมผู้สูงอายุกรุงเทพมหานคร
    มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.)
    มูลนิธิเพื่อนหญิง
  • มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล
    มูลนิธิผู้หญิง
    สมาคมครอบครัวศึกษาแห่งประเทศไทย
    สมาคมเพื่อคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทย
    สมาคม คน พิการ แห่ง ประเทศไทย
    สมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย
  • สภาคนพิการทุกประเภท
    สถาบันสร้างเสริมสุขภาพคนพิการ
    มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย
    สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย
    มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ
    HDF
  • มูลนิธิดวงประทีป
    มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก
    มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก
    มูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก
    YPDC Thailand
    มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก
  • มูลนิธิเพื่อเด็กพิการ
    มูลนิธิเด็ก
    คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.)
    สำนักงานประสานการพัฒนาสังคมสุขภาวะ
    มูลนิธิสุขภาพไทย
    มูลนิธิกองทุนไทย
  • มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม(มอส.)
    มูลนิธิเครือข่ายครอบครัว
    เครือข่ายรณรงค์หยุดพนัน
Create by taie