กองทุนภาคประชาสังคม

องค์กรภาคประชาสังคมในประเทศไทย

ความสำคัญและการขับเคลื่อน

เพื่อส่งเสริมความเข้มแข็งขององค์กรภาคประชาสังคม

ตอนที่ 2 : องค์กรภาคประชาสังคมในประเทศไทย

 

 

 

องค์กรภาคประชาสังคมในไทยเป็นองค์กรที่มีรูปแบบอย่างไร เกิดขึ้นเมื่อใด เป็นคำถามที่หลายคนตั้งคำถาม และถ้ามี

แล้วองค์กรเหล่านี้มีการจัดตั้งอย่างถูกกฎหมายหรือไม่ หรือเป็นเพียงการรวมกลุ่มของคนในชุมชน ความไม่ชัดเจนเหล่านี้

ต้องยอมรับประการหนึ่งว่าเกิดจากการที่องค์กรภาคประชาสังคมขาดการสื่อสารสาธารณะถึงบทบาทหน้าที่และสถานภาพ

ขององค์กรให้สังคมได้เข้าใจ แต่หากมองย้อนกลับไปการพัฒนาสังคมไทยในแต่ละช่วงกลับพบการมีส่วนร่วมขององค์กร

ภาคประชาสังคมในการขับเคลื่อนประเด็นต่างๆ มากมาย ทั้งในการเปลี่ยนแปลงระดับบุคล ชุมชน หรือนโยบาย

 

 

วิวัฒนาการของภาคประชาสังคมในไทย

 

          ราวกลางทศวรรษที่ 2520 มีคำอื่นๆ ที่ใช้ในความหมายของภาคประชาสังคม เช่น ภาคประชาชนภาคพลเมือง

หรือองค์กรพัฒนาเอกชน เป็นต้นในปี 2531 การเมืองภาคประชาชนเด่นชัดขึ้นเมื่อมีการเดินขบวนเรียกร้องของชาวบ้าน

ชุมชนท้องถิ่น ในช่วงการประชุมรัฐมนตรีสัญจรยุคพลเอกชาติชาย ชุณหวรรณ ปี 2540 หลังยุคม็อบมือถือ (เหตุการณ์

จลาจลเมื่อกลางเดือน พฤษภาคม 2535) มีกฎหมายหลายฉบับที่บัญญัติคำว่า “ประชาสังคม” เช่น รัฐธรรมนูญ 2540,

แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 8 หรือมีการกำหนดบทบาทหน้าที่ของผู้แทนภาคประชาสังคมในหลาย

พ.ร.บ. เช่น  พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550, พ.ร.บ.สภาพัฒนาการเมือง พ.ศ. 2551 หรือ พ.ร.บ. สภาองค์กรชุมชน

พ.ศ. 2551 เป็นต้น

 

 

องค์กรภาคประชาสังคม คือใคร

          จากรายงานการศึกษาของคณะกรรมการปฏิรูประบบสวัสดิการสังคมที่เหมาะสมกับประเทศไทย ได้แบ่งภาคประชา

สังคมออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่ 

 

องค์กรพัฒนาเอกชน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ได้รวบรวมภาพขององค์กรสาธารณประโยชน์ ซึ่งลักษณะ

ดังต่อไปนี้มักเรียกว่า “องค์กรพัฒนาเอกชน” 1) ทำกิจกรรมเพื่อส่วนรวมและสาธารณประโยชน์ 2) ดำเนินงานอย่างเอกเทศ

3) ไม่แสวงหากำไรและไม่มีการแบ่งปันผลประโยชน์แก่สมาชิก 4) ไม่ใช่องค์กรรัฐ 5) ไม่ใช่องค์กรศาสนาที่มีวัตถุประสงค์เพื่อ

ศาสนาอย่างเดียว 6) ไม่ใช่องค์กรที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการเมือง 7) ไม่รวมสหภาพแรงงาน 8) ไม่รวมองค์กรประชาชนท้องถิ่น 

จำนวนองค์กรที่ปรากฏตามทำเนียบองค์กรที่ขออนุญาตจดทะเบียนสมาคมและมูลนิธิกับสำนักงานวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. 2540

ซึ่งมีอยู่ 8,406 สมาคม และมูลนิธิทั้งที่จดทะเบียนและไม่จดทะเบียน 497 องค์กร รวมทั้งหมด 8,903 องค์กร

 

องค์กรสาธารณประโยชน์ กลุ่มเอกชนที่ทำงานด้านการจัดสวัสดิการสังคม ตั้งขึ้นตามกฎหมายเฉพาะด้านการส่งเสริม

การจัดสวัสดิการสังคม จึงหมายถึง มูลนิธิ สมาคม หรือองค์กรภาคเอกชนที่มีวัตถุประสงค์ในการจัดสวัสดิการสังคมหรือ

มีผลงานเกี่ยวกับการจัดสวัสดิการสังคม เช่น การบริการสังคม การศึกษา สุขภาพอนามัย ที่อยู่อาศัย การฝึกอาชีพ

นันทนาการ และกระบวนการยุติธรรม ฯลฯ การทำงานครอบคลุม  ทั้งด้านการส่งเสริม การพัฒนา การสงเคราะห์

การคุ้มครอง การป้องกัน การแก้ไข และการบำบัดฟื้นฟู ซึ่งได้รับการรับรองให้ดำเนินงานด้านการจัดสวัสดิการ

สังคมตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550

 

ข้อมูลจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2556 ระบุว่า ประเทศไทย

มีจำนวนองค์กรสาธารณประโยชน์ ตาม พ.ร.บ. นี้ ทั้งสิ้น 3,654 องค์กร โดยมีการจำแนกเป็นองค์กรภาคเอกชน

2,545 องค์กร มูลนิธิ 633 องค์กร สมาคม 476 องค์กร ทั้งนี้กระจายอยู่ในภาคกลาง 991 องค์กร ภาคเหนือ 871

องค์กร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 800 องค์กร ภาคใต้ 750 องค์กร กรุงเทพมหานคร 242 องค์กร

 

 

องค์กรสวัสดิการชุมชน เป็นกลุ่มองค์กรเอกชนที่หมายถึง องค์กรภาคประชาชนที่จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์

ในการจัดสวัสดิการสังคมให้แก่สมาชิกในชุมชน หรือปฏิบัติงานด้านการจัดสวัสดิการสังคมของเครือข่ายองค์กร

สวัสดิการชุมชน และได้รับการรับรองให้ดำเนินงานด้านการจัดสวัสดิการสังคมตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการจัด

สวัสดิการสังคม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550

 

ข้อมูลจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2556 ระบุว่า ประเทศไท

ยมีจำนวนองค์กรสวัสดิการชุมชน ทั้งสิ้น 3,593 องค์กร กระจายอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1,021 องค์กร

ภาคกลาง 942 องค์กร ภาคเหนือ 875 องค์กร ภาคใต้ 696 องค์กร กรุงเทพมหานคร 59 องค์กร

 

 

องค์กรชุมชน ส่วนหนึ่งหมายถึง สภาองค์กรชุมชน ที่เป็นการรวมตัวของชุมชน ท้องถิ่น หรือชุมชนท้องถิ่นดั่งเดิม

ซึ่งประชาชนจัดตั้งกันเอง หรือโดยการแนะนำหรือสนับสนุนของหน่วยงานรัฐ เอกชน หรือองค์กรพัฒนาเอกชน แจ้ง

จัดตั้งเป็นองค์กรชุมชนและสภาองค์กรชุมชนตำบลตามพระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ. 2551 เพื่อทำหน้าที่

ในการส่งเสริม สนับสนุนให้องค์กรชุมชนอนุรักษ์ ฟื้นฟูจารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่นวัฒนธรรมอันดีของชุมชน

และชาติ คุ้มครองคุณภาพสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน ร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานขอ

งรัฐในการจัดการ บำรุงรักษา และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน เสนอแนะแนวทาง การแก้ไขปัญหา

หรือความต้องการของประชาชนเพื่อนำไปพิจารณาจัดทำแผนการพัฒนา จัดเวทีปรึกษาหารือเพื่อส่งเสริมการมี

ส่วนร่วมของประชาชนในการให้ข้อคิดเห็นต่อการดำเนินโครงการหรือกิจกรรมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ

หน่วยงานของรัฐ หรือเอกชน รวมทั้งสนับสนุนให้องค์กรชุมชนในตำบลเกิดความเข้มแข็ง สามารถพึ่งตนเองได้

อย่างยั่งยืน

          

 

องค์กรภาคประชาชน ในที่นี้หมายถึงองค์กรเอกชนไม่แสวงหากำไร ทั้งที่มีการรวมตัวกันมีสถานะทางกฎหมาย

หรือไม่มีสถานะทางกฎหมาย โดยมีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาสังคม ต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมหรือเรียกร้องสิทธิของ

ตนเอง รวมทั้งสามารถมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แต่กิจกรรมดังกล่าวต้องไม่ได้มุ่งแสวงหากำไรเข้ากลุ่มตนเอง องค์กร

ในกลุ่มนี้เกิดขึ้นเองตามยุคสมัย หรือตามภาวการณ์และเงื่อนไขที่เอื้อต่อการเกิด ขณะเดียวกันก็เสื่อมสลาย และยุติ

การดำเนินการไปตามเหตุการณ์ตามภาวการณ์และเงื่อนไขที่ทำให้ต้องสลายตัว

 

สำนักงานสถิติแห่งชาติมีการสำรวจองค์กรเอกชนที่ไม่แสวงหากำไร เป็นประจำทุก 5 ปี โดยครั้งล่าสุดสำรวจเมื่อ พ.ศ.

2556 พบว่า ประเทศไทยมีองค์กรเอกชนไม่แสวงหากำไรจำนวน 76,685 แห่ง กระจายอยู่ใน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

มากที่สุด (ร้อยละ 31) รองลงมาคือภาคกลาง ภาคเหนือ กทม. และภาคใต้ ทุกภาคมีแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของจำนวนองค์กร

โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง

 

การจำแนกประเภทองค์กรไม่แสวงหากำไร พบว่า เป็นองค์กรศาสนามากที่สุด (ร้อยละ 58) รองลงมาเป็นองค์กรด้านสังคม

สงเคราะห์ (ร้อยละ 31.4) ตามด้วยองค์กรฌาปนกิจสงเคราะห์ (ร้อยละ 4.4) สมาคมการค้า/หอการค้า (ร้อยละ 2.8) สมาคม

นายจ้าง/สหภาพแรงงาน/สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ (ร้อยละ 2.3) และอื่นๆ  (ร้อยละ 1.2) ได้แก่ โรงเรียนเอกชน

มหาวิทยาลัยเอกชน องค์กรเอกชนระหว่างประเทศ พรรคการเมือง และโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งคณะกรรมการปฏิรูประบบ

สวัสดิการสังคมที่เหมาะสมกับประเทศไทย (2556) ได้ตั้งข้อสังเกตว่าคำจำกัดความที่ใช้ในการสำรวจของสำนักงานสถิติ

แห่งชาตินี้ต่างจากความหมาย “ภาคประชาสังคม” ตามแนวคิดที่กล่าวได้ข้างต้นอย่างมาก จึงควรมีการสำรวจข้อมูลภาค

ประชาสังคมใหม่ในอนาคต

 

 

 

บทสรุป

 สังคมไทยมีองค์กรภาคประชาสังคมมายาวนาน แต่มีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามกฎหมายหรือแตกต่างไปตามวัตถุประสงค์

ของหน่วยงาน อย่างไรก็ตามองค์กรเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนที่แตกต่างไป

ตามเจตนารมณ์ขององค์กร เช่น การพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ ด้านสิทธิเด็ก การพิทักษ์




อ่านตอนที่ 1

 

Tag


องค์กรที่ร่วมขับเคลื่อน ดูทั้งหมด

  • คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย
    มูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิง
    ศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน
    สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)
    มูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบท
    มูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา
  • SIRNet
    สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    เครือข่ายผู้หญิงเพื่อความก้าวหน้าและสันติภาพ
    มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย
    มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย
    มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ(มพน.)
  • สมาคมพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงาน
    สมาคมคลังปัญญาอาวุโสแห่งประเทศไทย
    มูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุ
    สหพันธ์ชมรมผู้สูงอายุกรุงเทพมหานคร
    มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.)
    มูลนิธิเพื่อนหญิง
  • มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล
    มูลนิธิผู้หญิง
    สมาคมครอบครัวศึกษาแห่งประเทศไทย
    สมาคมเพื่อคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทย
    สมาคม คน พิการ แห่ง ประเทศไทย
    สมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย
  • สภาคนพิการทุกประเภท
    สถาบันสร้างเสริมสุขภาพคนพิการ
    มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย
    สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย
    มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ
    HDF
  • มูลนิธิดวงประทีป
    มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก
    มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก
    มูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก
    YPDC Thailand
    มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก
  • มูลนิธิเพื่อเด็กพิการ
    มูลนิธิเด็ก
    คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.)
    สำนักงานประสานการพัฒนาสังคมสุขภาวะ
    มูลนิธิสุขภาพไทย
    มูลนิธิกองทุนไทย
  • มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม(มอส.)
    มูลนิธิเครือข่ายครอบครัว
    เครือข่ายรณรงค์หยุดพนัน
Create by taie