กองทุนภาคประชาสังคม

เดช พุ่มคชา อุดมการณ์เพื่อสังคม

เดช พุ่มคชา อุดมการณ์เพื่อสังคม

“อุดมการณ์นั่นแหละ ทำให้ผมมีวันนี้ได้ อุดมการณ์อันแน่วแน่ของผมทำให้ผมสามารถมีเงินเลี้ยงครอบครัวได้จนวันนี้ ผมใช้อุดมการณ์อย่างมีสติและในทางที่ถูกต้อง ผมตั้งใจว่าจะทำงานช่วยเหลือคนในสังคมที่ด้อยโอกาส ก็ตั้งใจทำ อยากบอกคนรุ่นหลังว่า ถ้ามีอุดมการณ์ในทางที่ถูกต้อง ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ตัวเองและผู้อื่นแล้ว จงยึดมั่นในอุดมการณ์นั้น ถ้าเราทำได้และทำสำเร็จเราจะเพิ่มความเคารพตัวเองและอิ่มใจสุขใจอย่างยิ่ง”

หากเอ่ยถึงคนทำงานองค์กรพัฒนาเอกชน คงไม่สามารถข้ามชื่อ “เดช พุ่มคชา” ไปได้ เพราะชีวิตของชายผู้นี้ เติบโตอยู่บนเส้นทางของการทำงานเพื่อพัฒนาเอกชนมาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าในช่วงหลัง “เดช” จะรามือลงไปบ้าง แต่แนวคิดและสิ่งที่เขาทำไว้ยังเป็นประโยชน์สำหรับคนทำงานรุ่นหลังสืบมา

 เดช พุ่มคชา เริ่มกิจกรรมเคลื่อนไหวมาตั้งแต่ใช้ชีวิตอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย โดยในยุค 2510-2514 ถือเป็นยุคที่วงการปัญญาชนเกิดการแตกแยกทางความคิด นักศึกษาถกเถียงกันว่าระหว่างการไปงานบอล กินเลี้ยง เต้นรำในยุค “สายลม แสงแดด” กับการออกไปทำงานใกล้ชิดคลุกคลีกับชนบท แบบไหนคือแนวทางที่ดีสำหรับปัญญาชน ขณะเดียวกันในแวดวงนักวิชาการก็เกิดความขัดแย้งระหว่างนักวิชาการหัวก้าวหน้ากับอำนาจเผด็จการทางการเมือง
                     ช่วงนั้น เดช ใช้ความรู้ด้านนิเทศศาสตร์ที่เขาศึกษาอยู่ ทำหนังสือพิมพ์ของนิสิต-นักศึกษาออกมาในชื่อ “ก้ามปู” เพื่อเป็นช่องทางให้นักศึกษาได้ร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์บ้านเมืองต่างๆ

                 “ผมกับเพื่อนๆ นักศึกษาขณะนั้นได้ตั้งกลุ่มนิสิตนักศึกษาอาสาสังเกตการณ์เลือกตั้ง โดยเป็นความร่วมมือของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์(มก.) ถือเป็นการเข้าไปมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างเป็นทางการครั้งแรกของนิสิต นักศึกษา”
                ขณะเดียวกัน อ.ป๋วย อึ๊งภากร ซึ่งเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ขณะนั้น ได้เห็นการทำกิจกรรมออกค่ายอาสาของนักศึกษาเป็นไปอย่างคึกคัก จึงได้เริ่มเปิดโครงการบัณฑิตอาสาสมัครออกชนบท    เดชได้สมัครเข้าร่วมโครงการดังกล่าว ซึ่งส่วนหนึ่งเขาต้องการที่จะไปทำงานบำเพ็ญประโยชน์ให้แก่ประชาชนในชนบทห่างไกล ขณะที่เหตุผลอีกส่วนคือ เดชได้เห็นการข่มขู่ ไม่ให้เกียรติชาวไร่ ชาวนาของข้าราชการ ตลอดจนตำรวจ ทหารจนกลายเป็นสิ่งที่เขาอยากจะช่วยทำให้ชาวบ้านรู้ว่า หากไม่ได้ทำผิดกฎหมายก็ไม่จำเป็นต้องยอมอยู่ภายใต้อำนาจเจ้าหน้าที่ของรัฐ


                       “ผมจำได้ว่า เคยตามแม่ไปอำเภอเพื่อเสียภาษีบำรุงท้องที่ เงินก็เงินเรา เอาเงินไปให้เขา แต่เขากลับมาข่มขู่เรา ตวาด ตะคอก แม่ก็กลัว แล้วตาสีตาสาก็จะกลัวเจ้าหน้าที่รัฐมาก ผมเลยเข้าร่วมโครงการโดยมีความรู้สึกนี้เป็นปัจจัยหนุนด้วยอย่างหนึ่ง
                        เดช จึงได้เข้าไปทำงานอยู่ที่ อ.เชียงคาน จ.เลย โดยทำหน้าที่สอนหนังสือและช่วยเหลือชาวบ้านอยู่ในพื้นที่ด้วย กระทั่ง 1 ปี โครงการบัณฑิตอาสาฯ รุ่นที่เดชสมัครสิ้นสุดลง กรมการพัฒนาชุมชน ได้เปิดรับสมัครอาสาสมัครขึ้น เดช จึงสมัครเข้าโครงการนี้ กระทั่งในปี 2516 เดช ถูกเรียกตัวให้เข้ามาทำหน้าที่นักวิชาการของกรมการพัฒนาชุมชน

                      “ผมได้เรียนทั้งจากในระบบ และนอกระบบ ด้วยการทำงานอาสาสมัครในพื้นที่ ศึกษาวิถีชีวิต ควบคู่กับทฤษฎีในหนังสือ เป็นเวลานับ 10 ปี จึงทำให้ความคิดแตกฉาน แต่ผมก็รู้สึกว่าการทำงานของเรามันยังมีกรอบอยู่ไม่คล่องตัว ผมจึงออกมาทำงานกับองค์กรพัฒนาเอกชนในปี 2526 กับหน่วยงานของต่างประเทศ”
                     การก้าวเข้าไปทำงานกับองค์กรของต่างประเทศสำหรับเดชนั้น ทำให้เขาได้เรียนรู้ มีประสบการณ์ และยกระดับความเข้าใจสู่องค์กรสากล โดยเดชเป็นผู้ริเริ่มในการก่อตั้งมูลนิธิอาสาพัฒนาสังคม (มอส.) ที่มีบทบาทมากมายในการทำงานด้านสังคม สิ่งแวดล้อม และระหว่างนั้น เดช และเพื่อนเอ็นจีโอได้ร่วมกันก่อตั้งคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน(กป.อพช.) ขึ้นในปี 2523 เพื่อเป็นเหมือนจุดศูนย์กลางการทำงานขององค์การพัฒนาเอกชน (เอ็นจีโอ) ในประเทศไทย แม้ปัจจุบันจะถอยห่างออกมาให้คนรุ่นหลังทำงานแทนบ้าง แต่เขายังเป็นที่ปรึกษา เป็นผู้ใหญ่ใจดีที่พร้อมจะชี้แนะทุกคนที่ทำงานด้านนี้

สำหรับชีวิตของ เดช พุ่มคชา ในปัจจุบัน เขาได้เริ่มวางมือจากงานองค์กรพัฒนาเอกชน โดยกลับไปทำสวนอยู่ที่ภูมิลำเนาของตนเองที่ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม โดยเขาต้องการทำให้สวนที่อัมพวาของเขา เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับเด็กๆ ในครอบครัวตนเองและครอบครัวเพื่อนฝูง เป็นที่พำนักพักพูดคุยกันของคนนอกกรอบ โดยเขาเรียกสวนของเขาว่า “อาศรมซ่องสุม”    

                        ทุกวันนี้ ผมมีความสุขแบบเหลือเชื่อคือ มีทุกอย่างที่มนุษย์พึงมี มีครอบครัวที่ดี ได้อยู่ในที่สบายคือ อยู่ในแหล่งที่ดี งานที่เคยทำอยู่ก็วางมือให้คนรุ่นใหม่เข้ามาทำเกือบทั้งหมด เราถอยหลังมาเป็นพี่เลี้ยงและที่ปรึกษาให้ สิ่งที่ทำคือเขียนหนังสือ ทำสวนที่อัมพวา พระอาจารย์พุทธทาสเคยบอกว่า ถ้าเราทำงานอย่างมีความสุข เหมือนเราได้หยุดพักผ่อนทุกวัน ผมรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ

                นี่เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของ “พลังพลเมือง” ที่เป็นพลังของคนทุกคนบนผืนแผ่นดินไทย ที่ตื่นรู้ และมีความตระหนักในส่วนรวม มีจิตสาธารณะที่จะทำเพื่อส่วนรวม  แต่พลังเพียงหนึ่งคงไม่มีแรงพอที่ต้านการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทุกวัน “กองทุนส่งเสริมการพัฒนาภาคประชาสังคม” จึงเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญที่ผลักดันในทุกคนเกิด “สำนึกพลเมือง” เพื่อร่วมสร้าง “พลังเมือง” อย่าง “เดช พุ่มคชา” ให้มีเพิ่มขึ้น ในสังคมไทย
 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก :                http://www.manager.co.th

                                คอลัมน์ลายแทงความสุข หนังสือพิมพ์มติชน

ขอบคุณภาพประกอบจาก : http://iamdozenist.exteen.com/คนแม่กลอง...เดช พุ่มคชา

 

Tag


องค์กรที่ร่วมขับเคลื่อน ดูทั้งหมด

  • คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย
    มูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิง
    ศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน
    สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)
    มูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบท
    มูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา
  • SIRNet
    สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    เครือข่ายผู้หญิงเพื่อความก้าวหน้าและสันติภาพ
    มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย
    มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย
    มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ(มพน.)
  • สมาคมพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงาน
    สมาคมคลังปัญญาอาวุโสแห่งประเทศไทย
    มูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุ
    สหพันธ์ชมรมผู้สูงอายุกรุงเทพมหานคร
    มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.)
    มูลนิธิเพื่อนหญิง
  • มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล
    มูลนิธิผู้หญิง
    สมาคมครอบครัวศึกษาแห่งประเทศไทย
    สมาคมเพื่อคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทย
    สมาคม คน พิการ แห่ง ประเทศไทย
    สมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย
  • สภาคนพิการทุกประเภท
    สถาบันสร้างเสริมสุขภาพคนพิการ
    มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย
    สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย
    มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ
    HDF
  • มูลนิธิดวงประทีป
    มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก
    มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก
    มูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก
    YPDC Thailand
    มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก
  • มูลนิธิเพื่อเด็กพิการ
    มูลนิธิเด็ก
    คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.)
    สำนักงานประสานการพัฒนาสังคมสุขภาวะ
    มูลนิธิสุขภาพไทย
    มูลนิธิกองทุนไทย
  • มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม(มอส.)
    มูลนิธิเครือข่ายครอบครัว
    เครือข่ายรณรงค์หยุดพนัน
Create by taie