กองทุนภาคประชาสังคม

หน่อคำ สมสวัสดิ์ ผู้ทอแสงแห่งความหวังให้ผู้พิการ

  มนุษย์ทุกคนที่เกิดมาล้วนมีความแตกต่าง อาจเป็นเพราะบุญ กรรม หรือฟ้าลิขิต ที่ทำให้คนเราเกิดมาไม่เท่าเทียมกัน แม้กระทั่งความรู้สึกนึกคิด บางคนเกิดมาไม่เหมือนคนอื่นเขา ก็อาจจะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ แต่ในขณะที่บางคนมีร่างกายไม่สมประกอบ แต่กลับยอมรับโชคชะตาชีวิตได้ และพร้อมที่จะลุกขึ้นสู้ด้วยตัวเองด้วยแรงใจเต็มเปี่ยม

 และนี่คือ "หน่อคำ สมสวัสดิ์" ชายพิการวัย 36 ปี ที่เกิดขึ้นมาพร้อมกับแขนและขาที่สั้นกุดทั้งสองข้าง แต่นั่นไม่ใช่ข้ออ้างให้ "หน่อคำ" หยุดอยู่กับที่ราวกับว่าพอใจกับโชคชะตาเพียงเท่านี้ แต่เขายังเดินหน้าต่อสู้ต่อไปด้วยสองมือสองขาของตัวเอง และนำไปสู่การทำประโยชน์ให้สังคม

"หน่อคำ สมสวัสดิ์" หนุ่มลูกจ้างชั่วคราวของโรงพยาบาลแม่ลาว อ.แม่ลาว จ.เชียงราย ที่คอยช่วยเหลืองานในโรงพยาบาลอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง แต่เดิมเขาเป็นเพียง "จิตอาสา" ของชมรมพัฒนาผู้พิการ ที่มีหน้าที่ลงไปช่วยเหลือและเติมเต็มกำลังใจให้ผู้พิการในพื้นที่มีกำลังใจต่อสู้ชีวิตต่อไปได้ในสังคม แต่เมื่อทางโรงพยาบาลแม่ลาวให้โอกาส "หน่อคำ" จึงได้เข้ามาทำหน้าที่เป็นเลขานุการของชมรมพัฒนาผู้พิการ โรงพยาบาลแม่ลาว

ทุก ๆ เช้าที่ "หน่อคำ" ตื่นขึ้นมา เขาสามารถทำกิจวัตรประจำของตัวเองได้อย่างสบาย ๆ โดยไม่ต้องเป็นภาระให้ใคร ก่อนที่จะขี่มอเตอร์ไซค์คู่ใจซึ่งเขาออกแบบ และดัดแปลงให้เอื้ออำนวยกับสภาพร่างกายของเขาไปทำงานยังโรงพยาบาลแม่ลาว ซึ่ง "หน่อคำ" บอกว่า กว่าที่จะขับมอเตอร์ไซค์คันนี้ได้ ก็ล้มลุกคลุกคลานมาหลายครั้ง แต่เขาก็ไม่ท้อ และคิดอยู่เสมอว่า อย่างไรเสียก็ต้องขับมอเตอร์ไซค์ให้ได้ จะได้ไม่ต้องพึ่งพาใคร เมื่อมาถึงที่ทำงาน "หน่อคำ" ในฐานะเลขานุการของชมรมฯ มีหน้าที่รับผิดชอบข้อมูลต่าง ๆ และดูแลผู้พิการอีกกว่า 600 คน ที่มีอยู่ในอำเภอแม่ลาว เพื่อให้พวกเขาได้รับสิทธิด้านต่าง ๆ การรักษาพยาบาล และเรื่องของการทำมาหาเลี้ยงชีพ ซึ่งไม่เพียงแต่ผู้พิการเหล่านี้จะเข้ามาติดต่อ และขอคำปรึกษาเรื่องต่าง ๆ กับ "หน่อคำ" เพียงฝ่ายเดียว แต่ตัวของ "หน่อคำ" เองก็ต้องลงพื้นที่ไปประสานงาน เยี่ยมเยียน เพื่อสอบถามความเป็นอยู่ ตรวจสุขภาพร่างกาย และให้กำลังใจคนพิการเหล่านี้ทุก ๆ คนด้วย

"พอเราลงพื้นที่ เราได้เห็นคนพิการหลากหลายแบบ มันเหมือนกับว่าเราไม่ใช่พิการคนเดียว ยังมีอีกหลายคนมากที่เขาแย่กว่าเราอีก บางคนเขาไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่า เขาเกิดมาเพื่ออะไร มันน่าเห็นใจ และน่าสงสาร" หน่อคำ กล่าว  หน่อคำ บอกว่า การเข้าไปเยี่ยมเยียนผู้พิการในแต่ละบ้าน ต้องใช้ความจริงใจของตัวเอง เพื่อให้ผู้พิการคนอื่น ๆ ยอมเปิดใจ เล่าให้ฟังถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และเขาคิดว่า ตัวเองได้เปรียบกว่าเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ เพราะมีความพิการเหมือนกับผู้พิการที่เข้าไปคุย ทำให้เขารู้จักสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้พิการได้เป็นอย่างดี เหมือนกับคนหัวอกเดียวกัน

  "การลงไปช่วยเหลือให้คนพิการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทำให้จิตใจของเราสบาย เหมือนกับได้ปลดปล่อย มันเป็นหน้าที่ที่เราต้องทำ แม้มันจะเหนื่อย ก็เหนื่อยแต่เพียงร่างกาย แต่ใจเรามีความสุข มีกำลังใจ หรือแม้ว่าร่างกายเราจะทรุดโทรม แต่สิ่งที่เราได้รับคือความสุขใจ เหมือนกับว่าเราได้แบ่งปันรอยยิ้ม แบ่งปันความสุขให้กับคนอื่น ๆ สิ่งที่ผมอยากจะเห็นก็คือ อยากเห็นคนอื่นมีชีวิตที่ดีขึ้น และมีความสุข เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว" หน่อคำ บอกเล่าถึงความสุขที่ได้จากการทำงานที่เขารัก

"หน่อคำ" บอกว่า การที่เขายอมเหนื่อยทำงานมากมายนั้น เป็นเพราะเขาต้องการพัฒนาตัวเองให้มีความสามารถที่หลากหลาย นั่นก็เพราะเขามองว่า หากคนเรามีความสามารถติดตัว ไปไหนมาไหนก็สามารถพึ่งพาตัวเองได้ ถึงแม้จะมีสภาพร่างกายอย่างไร แต่ถ้าสมองยังดีอยู่ อยู่ที่ไหนก็ไม่ขัดสน ไม่ตกงาน ไม่เดือดร้อนแน่นอน

 "กำลังใจ" คือสิ่งที่ "หน่อคำ" หยิบยื่นให้ผู้อื่นมาตลอดทั้งชีวิต และสำหรับตัวเขาเองก็ได้รับ "กำลังใจ" มากมายมาจากภรรยาและน้องทอฝัน ลูกสาวตัวเล็กที่คอยอยู่เคียงข้าง และสนับสนุนให้เขายืนหยัดทำเพื่อผู้อื่นในสังคมมาได้เฉกเช่นทุกวันนี้อย่างไม่รู้สึกเหนื่อยท้อ

 "หน่อคำ" สามารถทำหน้าที่หัวหน้าครอบครัวได้อย่างสมบูรณ์แบบ เช่นเดียวกับการขับเคลื่อนงานช่วยเหลือผู้พิการที่ "หน่อคำ" ไม่เคยขาดตกบกพร่อง ทั้งหมดทั้งมวลนี้เกิดจากความตั้งใจทำงานเพื่อช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในสังคมจริง ๆ แม้จะเป็นเพียงสังคมเล็ก ๆ ในอำเภอแม่ลาว แต่หน่อคำก็ดีใจที่สุดแล้ว ที่สามารถช่วยผู้อื่นให้มีประโยชน์ต่อสังคม และยังเป็นแรงบันดาลใจให้ใครต่อใครฮึดสู้ขึ้นมาอีกครั้ง

  "คนเราเกิดมาสามารถทำดีได้ทุกคน ไม่จำเป็นว่าคุณจะต้องมีการศึกษาสูง มีฐานะร่ำรวย หรือมีสภาพร่างกายปกติ แข็งแรง เราสามารถทำดีได้ทุกเวลา ไม่จำกัดเวลา ถ้าเรามีความตั้งใจที่จะทำเพื่อผู้อื่น ชีวิตของเราจะมีค่าหรือด้อยค่า ขึ้นอยู่กับตัวเราเอง หากมองตัวเองให้มีค่า มีประโยชน์ต่อคนอื่น ก็เหมือนกับเป็นภารกิจหนึ่งที่เราเกิดมาทำหน้าที่นี้โดยตรง เกิดมาเพื่อให้คนอื่นได้รับการปลดปล่อยความทุกข์" หน่อคำ ทิ้งท้ายอย่างน่าคิด

อีกหนึ่งแบบอย่างของพลเมืองเล็กๆ แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังที่ยิ่งใหญ่ ร่วมสร้าง “สำนึกพลเมือง” เพื่อเป็นพลังในการขับเคลื่อนสังคมให้น่าอยู่ “กองทุนส่งเสริมการพัฒนาภาคประชาสังคม” จะเป็นอีกหนึ่งคำตอบในการช่วยส่งเสริม และหล่อเลี้ยงให้การพัฒนาสังคมในประเทศไทยเติบโตไปได้อย่างยั่งยืน

 

"กองทุนภาคประชาสังคม เป็นเครื่องมือสำคัญในการปฏิรูปสังคมเพื่อสร้างพลังพลเมือง"

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : กระปุกดอทคอม และทีวีบูรพา

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก : ทีวีบูรพา 

Tag


องค์กรที่ร่วมขับเคลื่อน ดูทั้งหมด

  • คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย
    มูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิง
    ศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน
    สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)
    มูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบท
    มูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา
  • SIRNet
    สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    เครือข่ายผู้หญิงเพื่อความก้าวหน้าและสันติภาพ
    มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย
    มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย
    มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ(มพน.)
  • สมาคมพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงาน
    สมาคมคลังปัญญาอาวุโสแห่งประเทศไทย
    มูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุ
    สหพันธ์ชมรมผู้สูงอายุกรุงเทพมหานคร
    มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.)
    มูลนิธิเพื่อนหญิง
  • มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล
    มูลนิธิผู้หญิง
    สมาคมครอบครัวศึกษาแห่งประเทศไทย
    สมาคมเพื่อคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทย
    สมาคม คน พิการ แห่ง ประเทศไทย
    สมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย
  • สภาคนพิการทุกประเภท
    สถาบันสร้างเสริมสุขภาพคนพิการ
    มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย
    สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย
    มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ
    HDF
  • มูลนิธิดวงประทีป
    มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก
    มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก
    มูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก
    YPDC Thailand
    มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก
  • มูลนิธิเพื่อเด็กพิการ
    มูลนิธิเด็ก
    คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.)
    สำนักงานประสานการพัฒนาสังคมสุขภาวะ
    มูลนิธิสุขภาพไทย
    มูลนิธิกองทุนไทย
  • มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม(มอส.)
    มูลนิธิเครือข่ายครอบครัว
    เครือข่ายรณรงค์หยุดพนัน
Create by taie