กองทุนภาคประชาสังคม

อ.มณเฑียร บุญตัน ผู้นำการปฏิวัติความรู้ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย

ด้วยความที่เป็นลูกชาวนา และครอบครัวคาดหวังให้เรียบจบมหาวิทยาลัย  เพราะท่านคิดว่าที่ดินที่มีคงไม่พอทำมาหากินได้เพียงพอในอนาคต และโดยเฉพาะอย่างยิ่งผมเป็นคนตาบอด เป็นส่วนหนึ่งของคนที่เสียเปรียบ และอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนที่เสียเปรียบต่างๆทางสังคม ทำให้เข้าถึงโอกาสต่างๆได้น้อย หรือเราจะเรียกว่าเราเป็นชนกลุ่มน้อยของสังคม หรือบางคนเรียกว่า คนพิการหรือคนตาบอดก็แล้วแต่เค้าจะเรียก จึงเกิดแนวคิดว่า จะทำอย่างไรให้ตัวเรา และกลุ่มของเราสามารถมีโอกาสนั้นๆได้บ้าง แล้วเราก็ได้เห็นกลุ่มคนที่เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงในโลกนี้จำนวนมาก เป็นผู้ประสบปัญหาและลุกขึ้นมาแก้ไขปัญหาเหล่านั้นด้วยตนเอง

                การทำงานทุกอย่างย่อมมีอุปสรรค สำหรับผมแล้ว อุปสรรคคือ เราอยู่ในสังคมที่มีความรู้ความเข้าใจที่ต่างกัน มีพื้นความรู้ที่แตกต่างกันมาก เพราะฉะนั้นการเลือกผลักดันข้อเสนอทางนโยบายเป็นสิ่งที่ลดช่องว่างทางสังคมได้ การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำที่มีในสังคมที่แตกต่างกันมากไม่ใช่เรื่องยาก แต่พอเจออุปสรรคเข้าหลายคนที่ร่วมต่อสู้มาด้วยกันถึงกับยอมจำนนในสภาพพี่เป็นอยู่ การขับเคลื่อนในบ้านเรามันทำยาก และการที่สังคมไทยเราขาดจิตสาธารณะ  เพราะเราถูกปลูกฝังให้เอาประโยชน์จากของสาธารณะที่ใครๆก็เห็นว่าเป็นของหลวง ตนเองย่อมมีสิทธิ์ แต่ไม่มีความรู้สึกร่วมในการเป็นเจ้าของที่ต้องดูแลรักษา

เมื่อมีปัญหาก็ต้องมีทางแก้ โดยเริ่มต้นแก้ไขปัญหาด้วยการสถาปนาแนวคิดว่า เป้าหมายการทำงานสังคมของเราคืออะไร จากนั้นก็สร้างกลไกเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้นๆได้ หาพรรคพวกมาทำงานเป็นกลุ่มเป็นก้อน และใช้เวลาส่วนใหญ่ในชีวิตในการสร้างความเข้มแข็งให้องค์กรเกิดการรวมตัวช่วยเหลือตนเอง ด้วยความเชื่อที่ยึดถือมาตลอด  คือ การขับเคลื่อนสังคมไทยต้องส่งเสริมให้คนที่มีปัญหาร่วมกันมารวมตัวกัน สร้างกรอบความคิด วิสัยทัศน์ร่วมกัน พัฒนาสังคมเข้มแข็งจากฐานล่างขึ้นมา และจัดลำดับความสำคัญ ต้องมีกติกาด้วยกัน แทนที่เราจะเรียกร้องอะไรนั่นก็เกิดผลระยะสั้น เราต้องมองยาวขึ้น นั่นคือ การผลักดันกฎหมายให้มาตอบโจทย์ที่สำคัญ เพราะกฎหมายอยู่กับเรายั่งยืนกว่าการรอรับบริจาคที่ขึ้นอยู่กับโอกาสและวาสนา และนั่นคือที่มาที่ทำให้ผมไปทุ่มเทกับการจัดทำกฎหมายเป็นอย่างมาก  และสร้างองค์ความรู้ในการจัดการตนเอง ทำให้กลุ่มมีความรู้ความเข้าใจเพื่อที่จะลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย ผมใช้คำว่า ปฏิวัติความรู้ ถึงแม้ว่าจะยังไม่เห็นผล แต่ต้องทำไปเรื่อยๆ และทำอย่างไรให้ความรู้ที่มีอยู่ถึงประมวลและเผยแพร่ให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้

เงินเป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ ถึงแม้ว่าจะเป็นองค์กรพัฒนาเอกชน องค์กรสาธารณประโยชน์ จุดอ่อนขององค์กรเหล่านี้ในประเทศไทย คือ ไม่มีเงิน สมัยก่อนเมื่อ 40-50 ปีที่แล้ว องค์การมีความเจริญเติบโตมาก รับเงินบริจาคจากต่างประเทศ แต่พอกาลเวลาผ่านไปการช่วยเหลือนั้นก็ลดลง ทำให้หลายองค์กรต้องปรับตัวหาเงินรับบริจาคในประเทศ เช่น การทอดผ้าป่า ทำธุรกิจเพื่อสังคม ซึ่งตรงนี้ต้องได้รับการแก้ไขเรื่องท่อน้ำเลี้ยง เพราะงานด้านสังคมเป็นงานที่ต้องทำต่อเนื่อง และทำหน้าที่ในการติดตามและตรวจสอบการทำงานของรัฐ แต่ถ้าเราไม่มีเงิน จะทำอะไรก็ลำบาก จึงนำมาสู่การปฏิรูปแนวคิดการเงินการคลังเพื่อสังคม โดยเริ่มจากการปฏิรูปสลาก เพราะเป็นเงินของคนจน เป็นเงินที่รัฐออกกุศโลบายให้ได้เงินจากคนที่มีความหวังเล็กๆน้อยๆ กลับเข้าสู่ระบบการเงินการคลังของรัฐ แต่ความเป็นจริงแล้วเงินพวกนี้ควรกลับมาเยียวยาสังคมก่อให้เกิดพลังที่ให้เกิดนวัตกรรมทางสังคมมากขึ้น จึงเกิดการรวมตัวของกลุ่มขึ้นให้เกิดการบริหารที่ดี มีความเป็นธรรม และทำอย่างไรไม่ให้กลุ่มคนหลงงมงายไปกับการพนัน จึงเกิดการผลักดันในคณะกรรมาธิการวุฒิสภา โดยมีผมเป็นประธาน ทำมาแล้ว 1 ปี ได้มีการศึกษาโครงสร้างและปฏิรูป ซึ่งถ้าหากทำตามผลการศึกษา ก็จะทำให้งานบริหารสลากมีธรรมาภิบาลที่ดี มีความเป็นธรรม ไม่ตกอยู่ในมือของกลุ่มทุน สลากมีราคาถูกลง และเป็นการจัดสรรไปเป็นท่อน้ำเลี้ยงให้กับการพัฒนาสังคม ถ้าทำเสร็จก็จะเป็นความหวังของคนหลายๆกลุ่ม ไม่ต้องไปแบมือขอเงินจนกลายเป็นหนี้บุญคุณ การทำงานเพื่อสังคมก็ต้องใช้เงิน แต่ขอให้เป็นเงินที่มีความบริสุทธิ์ อธิบายได้ที่มาจากไหน เป็นเงินที่ใช้ได้อย่างภาคภูมิใจไม่รู้สึกถึงการเป็นหนี้บุญคุณใคร ซึ่งจะทำให้องค์กรพัฒนาเอกชนมีความเจริญและทำประโยชน์กับสังคมไทย โดยทั้งหมดสรุปได้ว่า ต้องอาศัยการใฝ่รู้ มีจิตสาธารณะเป็นผู้รับใช้ ไม่ยอมจำนน โดยมีกองทุนภาคประชาสังคมเป็นท่อน้ำเลี้ยงที่ช่วยเติมเต็ม ไม่เป็นหนี้บุญคุณพรรคการเมือง มหาเศรษฐี เพราะเงินที่ได้มาเป็นเงินที่มาจากประชาชนนั่นเอง

 

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก :  http://www.komchadluek.net/

Tag


องค์กรที่ร่วมขับเคลื่อน ดูทั้งหมด

  • คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย
    มูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิง
    ศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน
    สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)
    มูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบท
    มูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา
  • SIRNet
    สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    เครือข่ายผู้หญิงเพื่อความก้าวหน้าและสันติภาพ
    มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย
    มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย
    มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ(มพน.)
  • สมาคมพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงาน
    สมาคมคลังปัญญาอาวุโสแห่งประเทศไทย
    มูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุ
    สหพันธ์ชมรมผู้สูงอายุกรุงเทพมหานคร
    มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.)
    มูลนิธิเพื่อนหญิง
  • มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล
    มูลนิธิผู้หญิง
    สมาคมครอบครัวศึกษาแห่งประเทศไทย
    สมาคมเพื่อคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทย
    สมาคม คน พิการ แห่ง ประเทศไทย
    สมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย
  • สภาคนพิการทุกประเภท
    สถาบันสร้างเสริมสุขภาพคนพิการ
    มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย
    สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย
    มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ
    HDF
  • มูลนิธิดวงประทีป
    มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก
    มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก
    มูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก
    YPDC Thailand
    มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก
  • มูลนิธิเพื่อเด็กพิการ
    มูลนิธิเด็ก
    คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.)
    สำนักงานประสานการพัฒนาสังคมสุขภาวะ
    มูลนิธิสุขภาพไทย
    มูลนิธิกองทุนไทย
  • มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม(มอส.)
    มูลนิธิเครือข่ายครอบครัว
    เครือข่ายรณรงค์หยุดพนัน
Create by taie